ศึกซักฟอกวันแรก ถล่ม ‘อนุทิน’ ปมกัญชาเสรี-โควิด-19 เฮ้งโต้ บริษัทภรรยา เอี่ยวแรงงาน “บิ๊กตู่”ย้อนหมอชลน่าน คนเก่งอยู่ไหน หึ่งป๊อกเคลียร์วุ่น
สภาซักฟอกวันแรกเลต1ชม.
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 จำนวน 11 คน วันแรกเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ที่รัฐสภ ตามที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ใน ฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรกับคณะจำนวน 186 คนเป็นผู้เสนอ ภายใต้ยุทธการ เด็ดหัว สอยนั่งร้าน โดยมี นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ขณะที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร อยู่ระหว่างการพักรักษาตัว เนื่องจากติดเชื้อโควิด-19 และจะกลับมาทำหน้าที่หลังครบก าหนดกักตัวในวันที่ 21 กรกฎาคม สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในวันแรกนั้น สภาได้นัดประชุมในเวลา 08.30 น. แต่ขณะนั้นองค์ประชุมยังไม่ครบ
กึ่งหนึ่ง คือ จำนวน 239 คน ทำให้ยังไม่สามารถเปิดการประชุมได้ กระทั่งเวลา 09.24 น. องค์ประชุมครบกึ่งหนึ่ง นายสุชาติจึงเปิดการประชุมได้
ชลน่านซัดบิ๊กตู่สร้างเจ็บปวด8ปี
ต่อเวลา 09.40 น. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร อ่านญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจและอภิปรายขยายความในญัตติตอนหนึ่งว่า ความเจ็บปวดและความทุกข์ยากของประชาชนถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดระยะเวลา 8 ปีที่บุคคลชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ความปรารถนาในอำนาจ ความอยากอยู่ในตำแหน่งไปตลอดกาลของนายกรัฐมนตรีคนนี้ การบริหารแบบคุยโวที่ผ่านมาทั้งหมดตลอด 8 ปี คือความบกพร่อง ผิดพลาด ล้มเหลวของตัวท่านเองแต่เพียงผู้เดียว และความสิ้นหวังที่เกิดขึ้นกับประชาชนในขณะนี้ ยากเกินความสามารถเกินสติปัญญาของท่านที่จะแก้ไข ไม่ควรดันทุรังบริหารประเทศต่อไปอีกแล้ว
คาดหวังจะเห็นจากนายกฯ ตระหนักถึงจิตสำนึกความเป็นมนุษย์ว่าไร้ศักยภาพในการบริหารจัดการแก้ปัญหาให้แก่ประเทศชาติ และประชาชนคาดหวังว่าอาจถึงเวลาแล้วที่จะเกิดความสำนึกรู้ว่าควรจะยุติบทบาทนายกฯ ก่อนที่ประวัติศาสตร์จะจารึกถึงความล่มสลายที่ได้ก่อขึ้น แต่สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นหรือไม่ คงต้องติดตามดูภาวะผู้นำของนายกฯคนนี้กันต่อไป
ตัดวงจรอุบาทว์-ปรสิตสูบปท.
นพ.ชลน่านกล่าวต่อว่า ถึงเวลาแล้วที่ทุกความจริงต้องถูกเปิดเผย ความเสียหายที่สร้างไว้ต้องถูกตีแผ่ ทุกความผิดพลาดบกพร่อง ล้มเหลว การก่อทุจริตต้องถูกเปิดโปง และนำไปสู่การดำเนินคดีในกระบวนการยุติธรรมนำคนผิดมาลงโทษ จะร่วมกันตัดวงจรอุบาทว์ เห็บปรสิตที่สูบเลือดประเทศเพื่อความอิ่มเอมของตนและพวกพ้องจะต้องถูกกำจัด พรรคร่วมฝ่ายค้านจะขอใช้เวลาทั้งสิ้น 4 วัน 45 ชั่วโมงอย่างคุ้มค่าทุกวินาที เพื่อหยุดสิ่งเลวร้ายเหล่านี้ หยุดการทำลายชาติ เพื่อชี้ให้สภาแห่งนี้เห็นถึงภัยร้ายที่เกิดขึ้นมาตลอด 8 ปี หวังว่าสิ่งที่พวกเราได้ทุ่มเททำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ จะทำให้
ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติโดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาลได้ตระหนักถึงความจริงที่ว่านั่งร้าน ที่พวกท่านพยายามค้อมหัวยอมเป็นให้กับรัฐบาลนี้ ได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศอย่างใหญ่หลวง
อัดอย่าเป็น608ทำลายชาติ
นพ.ชลน่านกล่าวต่อว่า ยอมรับเถิดว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 ที่เกิดจากนิติบริกรที่ พล.อ.ประยุทธ์เลือกเข้ามาจัดทำรัฐธรรมนูญจนได้ดั่งใจนั้น เป็นรัฐธรรมนูญที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติ ดึงประเทศถอยหลังนับสิบๆ ปี และเป็นมะเร็งร้ายบ่อนทำลายระบอบการเมืองไทย ทำลายประเทศ และอนาคตของลูกหลาน เป็นเพียงเพราะความอยากอยู่ต่อในอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์อย่างไร้สำนึก ไร้ความชอบธรรม โดยไม่ใส่ใจต่อความพินาศของเศรษฐกิจสังคม เกิดการสถาปนาสภากล้วย จงใจเป็นปฏิปักษ์ทำลายระบบรัฐสภาและระบอบประชาธิปไตย อีกทั้งยังครอบงำชี้นำพรรคการเมืองที่สมยอมแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก้าวก่ายแทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติสั่งการใช้ให้สูตรค านวณ ส.ส.หาร 500 มีการต่อรองทางการเมืองมากมาย
“ผมยังเชื่อมั่นศาลรัฐธรรมนูญ พรรคร่วมรัฐบาล และ ส.ส. ท่านใช้วิธีการแบบนี้พรรคกลางและพรรคเล็กตายหมด ตนแนะนำยังมีเวลาไปใช้ศาลรัฐธรรมนูญทักท้วงว่าการแก้ไขมาตรา 23 ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้ถึงศาลแน่และจะมีใครบางคนถูกสอย เสียงในสภา ไม่ชนะศรัทธาประชาชนแน่นอน คนดูถูกอำนาจประชาชนจะถูกสั่งสอนในสนามเลือกตั้ง ผมขอร้องไปยังเพื่อนสมาชิก เรามาจากประชาชนต้องคำนึงถึงความต้องการของประชาชน เพื่อประเทศชาติและบ้านเมือง หวังว่าคนที่นั่งอยู่บนบังลังก์ควรจะไปจากสภาแห่งนี้ เพราะท่านไม่เคยให้เกียรติสภาแห่งนี้ ไปได้แล้ว ท่านอย่าอยู่เพื่อเป็น 608 ทำลายประเทศชาติเลย ” นพ.ชลน่านกล่าว
ประยุทธ์โต้ให้เกียรติ608ด้วย
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลุกขึ้นชี้แจงว่า วันนี้เป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนที่เป็นฝ่ายข้างนอกที่ไปลงคะแนนลงมติกันข้างนอก ไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้ ไม่อยู่ในระบบบริหารราชการแผ่นดิน วันนี้มีปัญหามากมาย นพ.ชลน่าน ทราบดีอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ฟังว่ารัฐบาลทำอะไรไปแล้วบ้าง หรือฟังแต่อาจจะฟังไม่ครบ หรือฟังโดยใช้อวัยวะข้างเดียว ไม่ได้ฟังสองข้าง ฉะนั้นที่พูดมาตนก็คงจะพูดได้บ้าง เพราะค่อนข้างจะพูดรุนแรงอยู่เหมือนกัน ฉะนั้นจำเป็นต้องละทิ้งทิฐิต่างๆ อคติ หรือแม้กระทั่งผลประโยชน์ส่วนตัวไว้ข้างหลังและนึกถึง ผลประโยชน์ส่วนร่วมของคนในชาติเป็นที่ตั้ง คิดว่าปัญหาที่พูดมาทั้งหมดเมื่อสักครู่มันแก้ได้หมดด้วยความเข้าใจซึ่งกันและกันอาทิ กรณีเรื่องโควิด-19 เดี๋ยว รองนายกฯคงชี้แจงอีกครั้ง 2 ปีที่ผ่านมาก็ถือว่าประสบความสำเร็จในการรับมือสถานการณ์โควิดได้เป็นอย่างดี
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า แล้วเมื่อสักครู่ที่พูดถึง 608 ต้องให้เกียรติ 608 ด้วย เขาเป็นประชากรที่สูงอายุ ต้องให้ความสำคัญกับคนเหล่านี้ โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพ ฉะนั้นในตลอด 2 ปีที่ผ่านมาก็ได้รับการชื่นชม ยกย่อง ข้อสำคัญคือสามารถเปิดประเทศได้อย่างยั่งยืน คำว่ายั่งยืน คือช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่เปิดประเทศได้มากขึ้นตามลำดับ ทำให้มีรายได้เข้าประเทศมากขึ้นระบบเศรษฐกิจดีขึ้น ขอให้ทุกคนช่วยกันปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ ต้องใช้หลัก 3 ดี คือ หลักการดี พูดกันด้วยวิชาการและเหตุผล ปราศจากการถูกครอบงำ ข้อมูลดี นำเสนอด้วยหลักฐานความจริง ที่ได้มีการตรวจสอบและกลั่นกรองมาแล้ว และน้ำใจดี มอบ
ความจริงใจต่อกัน เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน ทั้งผู้อภิปราย ผู้ถูกอภิปรายและประธาน ทุกอย่างก็จะราบรื่น
ท้าเอาคนเก่งกว่ากลับมาให้ได้
นายกฯไม่ใช่คนรู้ทุกเรื่อง เก่งทุกเรื่อง หรือฉลาดที่สุด เหมือนบางคนที่ท่านบอกฉลาดที่สุดแต่ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ดังนั้นทุกความสำเร็จพิสูจน์ได้ด้วยตัวเลข ท่านไม่เห็นหรือไม่ดูอะไรเลย การอภิปรายครั้งนี้เหมือนทุกครั้ง เป็นเรื่องที่ผมและรัฐมนตรีได้ยินมาทุกครั้งทั้งในและนอกสภา แต่พวกผมก็พร้อมให้ความกระจ่างทุกประเด็น ส่วนวิสัยทัศน์ ความเป็นผู้นำประเทศ ผมก็ไม่ได้ด้อยค่าไปกว่านายกฯท่านอื่นๆ หรืออดีตนายกฯของท่าน ลองไปหาสิ่งที่ดีๆ มองด้วยสายตา 2 ข้าง หู 2 หู จะได้เห็นอะไรที่ดีๆ บ้าง สรุปที่ท่านพูดทั้งหมดไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด และไม่มีข้อมูลที่ถูกต้อง ผมจำเป็นต้องชี้แจง ขอให้บรรยากาศเป็นไป
ด้วยความเรียบร้อย ถ้าแรงมาผมก็พยายามจะแรงน้อยกว่าท่าน รู้อยู่แล้วว่าต้องการให้ผมโมโห ขอให้ให้เกียรติกัน ถ้าอยากได้รับเกียรติจากคนอื่นก็ต้องรู้จักให้เกียรติคนอื่น แต่ผมให้เกียรติสภา ให้เกียรติประธาน และสมาชิกทุกคน ผมจำเป็นต้องชี้แจงเพราะผ่านมาชั่วโมงเต็มๆ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเลย ผมทราบดีว่าท่านคงชื่นชมหลายคนที่เคยทำงานมาก่อนว่าดีกว่าผม แต่ไม่เป็นไรก็เอากลับมาให้ได้ก็แล้วกัน พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
สุทิน ซัดกัญชาละเมิดกม.โลก
ต่อมานายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) อภิปรายนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่า ทั้ง 2 ท่านได้กำหนดและจัดให้มีนโยบายกัญชาเสรีด้วยความไม่สุจริตใจเป็นที่ตั้ง นำมาซึ่งการละเมิดกติกาโลก ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ เท่านี้ยังไม่พอ ยังดำเนินนโยบายแห่งรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทยและละเมิดมติของรัฐสภาไทย รวมทั้งยังละเลย ละเว้น ไม่ควบคุมกัญชาในสิ่งที่ควรจะเป็นโดยหลายอย่างนำมา ความเสียหายต่อประชาชนและประเทศชาติ หากเคยได้ยินว่ากลัดกระดุมเม็ดแรกผิดก็จะผิดทุกเม็ด วันนี้
นายอนุทินและ พล.อ.ประยุทธ์กลัดกระดุมเม็ดแรกผิดและผิดมาตลอด จนไม่เคยรู้ว่าจะต้องรื้อกระดุมทุกเม็ดหรือต้องเผาเสื้อทิ้ง ที่มองว่าเป็นการกลัดกระดุมเม็ดแรกผิดและผิดมากที่เราสะเทือนใจคือ สามารถเอาไปสูบได้ทุกคน ผีก็สูบได้ และหลายเรื่องที่มาถึงวันนี้เป็นการหลอกลวงประชาชน เมื่อติดกระดุมเม็ดแรกผิดจากนโยบายของนายอนุทินก็มาสู่นโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ก็ปฏิเสธไม่ได้ นโยบายนี้ถูกนำมาเป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาล หาก พล.อ.ประยุทธ์หรือรัฐบาลไม่รับนโยบายนี้ ไม่ผลักดันนโยบายนี้ ไม่เข้าร่วมหรือถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จึงต้องจำยอมเป็น
นโยบายของรัฐบาลต่อมา นายกฯจะโยนความผิดให้นายอนุทินไม่ได้ เพราะเป็นนโยบายของรัฐบาลไปแล้ว การดำเนินนโยบายนั้นถือเป็นการผิดกติกาโลก เมื่อปี 2504 ได้เกิดสนธิสัญญาขึ้นฉบับหนึ่งคือสนธิสัญญาอนุว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ 1961 กับยูเอ็น ประเทศไทยก็ไปลงนามด้วย
แฉบิ๊กการเมืองคุมทั้งระบบ
“มีข่าวลือว่ามีนักการเมืองใหญ่ข้ามไปทำไร่กัญชาที่ประเทศลาว และมีบริษัทยักษ์ใหญ่วางระบบธุรกิจไว้หมด มีการวางแผนไว้ก่อนทำ และมีบริษักยักษ์ใหญ่ประเทศญี่ปุ่นแอบมาตกลงกับนักการเมืองไทยด้วย มีข่าวเครือ ซิโน-ไทยลุยธุรกิจกัญชง ผมก็เข้าไปดูว่าใช่หรือไม่ และพบว่าไม่ใช่ข่าวโคมลอย เพราะมีการแจ้งเปลี่ยนแปลงธุรกิจในตลาดหลักทรัพย์ คนถือหุ้นเยอะคือครอบครัวชาญวีรกูล แต่รัฐมนตรีเขาก็แสดงทรัพย์สินแล้วว่าโอนหุ้นไปหมดแล้ว ส่วนจะบริหารทางอ้อมอย่างไร ผมไม่รู้ ที่ผมพูดมาทั้งหมดหากนายกฯ ไม่เห็นด้วยให้ทำเรื่องกัญชาเสรีก็ไม่สำเร็จรัฐบาลแจกกล้าต้นกัญชา ผมและพรรค พท.ไม่ได้คัดค้าน แต่
นโยบายไม่มีปัญหา ต้องอยู่กรอบการแพทย์และวิจัย โดยเอาคงไว้ในบัญชียาเสพติด ส่วนวิสาหกิจชุมชนต้องทำโรงเรือน ขอให้ศึกษาดีๆ ก่อนเดินหน้า เพื่อความปลอดภัย ผมจึงขอไม่ไว้วางใจให้นายอนุทินและนายกรัฐมนตรีอยู่บริหารประเทศชาติต่อไป”นายสุทินกล่าว
ทั้งนี้ ในช่วงหนึ่งนายสุทินได้เปิดคลิปวิดีโอขณะที่นายอนุทินกล่าวปราศรัยหาเสียงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงหนึ่งถึงเรื่องนโยบายกัญชาเสรีว่า เราจะเปลี่ยนงบลับต่างๆให้เป็นงบลงทุน จะเปลี่ยนเสียงปืนเป็นเสียงเครื่องจักรและเสียงหัวเราะของทุกคน พรรค ภท.จะให้พ่อแม่พี่น้องปลูกกัญชาเป็นยาพารวย เป็นยารักษาโรค ยืนยันว่าวันนี้กัญชาไม่ใช่ยาเสพติดอีกต่อไปปลูกได้บ้านละ 6 ต้น เมื่อปลูกแล้วสามารถนำไปขาย ปรุงอาหาร รักษาโรค และพี้สูบกันเองได้ แต่อย่าพกพาไปที่อื่นเด็ดขาดพร้อมทั้งเปิดภาพประชาชนกำลังสูบกัญชาจากบ้องอย่างเสรี
ก.ก.จวกจงใจเกียร์ว่างกม.กัญชา
ต่อมา นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) อภิปรายไม่ไว้วางใจนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ว่า นายอนุทินบอกว่ากัญชาไม่ใช่ยาเสพติด แต่เป็นกัญชาพารวย เอากัญชาไปผสมอาหารได้ พี้กัญชาได้ สิ่งที่สำคัญกับการนำเอากัญชาไปผสมอาหาร หรือพี้อยู่ที่บ้าน ไม่ใช่วัตถุประสงค์ทางการแพทย์อย่างแน่นอน ทั้งนี้ อยากให้สมาชิกรับข้อเท็จจริงเบื้องต้นก่อน 3 ประการคือ 1.กัญชาไม่ใช่ยา ครอบจักรวาล 2.กัญชามีทั้งประโยชน์และโทษ และ 3.กัญชาถ้าจะนำมาพี้ จะต้องระมัดระวังโทษด้วย ดังนั้น ถ้ายอมรับ 3 ข้อนี้ได้ จะไปต่อได้ ตนและพรรค ก.ก.สนับสนุนกัญชาทางการแพทย์ ก่อนที่นายอนุทินจะเข้ามาอีก แต่สิ่งที่ต้องการคือการควบคุมให้ถูกต้อง เหมาะสม และรัฐ
จะต้องดูแลสุขภาพของคนเสพ และสุขภาพของคนที่ไม่ได้เสพ ดังนั้นเวลารัฐมนตรีจะเอานโยบายอะไรมาออกเป็นนโยบายระดับชาติ ส่งผลกระทบกับชีวิต สุขภาพอนามัยของประชาชน ต้องมองอย่างรอบด้าน ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นภาคีระหว่างประเทศ หากไปละเมิดข้อตกลงอาจถูกประเทศภาคีทั้งหมด แซงก์ชั่นทางเศรษฐกิจได้ สิ่งที่น่าห่วงคือปัญหาในเด็กและเยาวชนที่มีข้อมูลจากราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ระบุชัดว่าพิษของกัญชาในเด็กจะทำให้พฤติกรรมผิดเพี้ยน แล้วเรียกกลับคืนมาไม่ได้ สิ่งที่สงสัยคือเหตุใดจึงนำร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง เข้าสภาในวันที่ 8 มิถุนายน 2565 ก่อนวันที่กัญชาจะมีผล
ปลดล็อกออกจากยาเสพติด เพียงวันเดียว อย่างไรก็ไม่สามารถออกกฎหมายควบคุมได้ทัน แทนที่นายอนุทินจะออกประกาศกฎกระทรวง สธ. เลื่อนการปลดล็อกกัญชาในวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ออกไปก่อน แต่ไม่ทำ ถือว่าจงใจให้เกิดช่องว่างของกฎหมาย ทั้งที่การแก้ปัญหาทำได้ง่ายนิดเดียว คือออกกฎกระทรวงเลื่อนปลดล็อกกัญชาออกไปก่อน นายอนุทินนำเอาชีวิตเด็กเยาวชนไปเสี่ยงอันตราย และนำประเทศไปสู่ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและการทูต
พท.ซัดเหลื่อมล้ำได้ยาโมลนูฯ
ต่อมา นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรค พท. อภิปรายถึงความล้มเหลวการแก้วิกฤตโควิด-19 ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ว่า รัฐบาลพยายามสร้างภาพควบคุมโควิด-19 ได้ แต่ขณะนี้มีโรงพยาบาลรัฐหลายแห่งปฏิเสธการรับผู้ป่วย และพยายามคุมตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพื่อให้เข้าสู่โรคประจำถิ่น บอกว่ามีผู้ติดเชื้อต่อวัน 3,000 คน แต่ความจริงติดเชื้อวันละไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคน จนแพทย์หลายคนต้องเรียกร้องให้รัฐบาลบอกความจริงแก่ประชาชน ขณะที่การรักษาก็มีปัญหา พอไป รพ.สต.มักได้ยาแก้ปวด แก้แพ้ ฟ้าทะลายโจร แต่ไม่ได้ ยาโมลนูพิราเวียร์อ้างว่าหมด ในกลุ่มไลน์แพทย์ยืมยากันให้วุ่นไปหมด แต่พอไปถามรัฐมนตรีบอกว่ายามีเหลือเฟือ มีความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงยา โมลนูพิราเวียร์ ผู้หลักผู้ใหญ่เข้าถึงได้ง่ายได้เร็ว แต่ชาวบ้านเข้าไม่ถึงนพ.สุรวิทย์กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องการจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 นั้น ขณะนี้มีวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าค้างสต๊อกอยู่ 30 ล้านโดส วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท ที่รอวันหมดอายุ เพราะไม่สามารถป้องกันโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนได้ แทนที่จะเลิกสั่งวัคซีนดังกล่าว แต่ครม.กลับแค่ลดจำนวนการสั่งซื้อ และซื้อมาเติมตลอดปี ล่าสุดสั่งเพิ่มมาอีก 22 ล้านโดส รวมเป็น 55 ล้านโดส คิดเป็นวงเงินกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท การบริหารโควิด-19 ของรัฐบาลล้มเหลว จากการประเมินสถานการณ์ผิดพลาด อาจมีการทุจริตร่วมด้วย จึงไม่สามารถไว้วางใจนายอนุทินได้
อนุทินโต้แก้โควิดล้มเหลว
จากนั้นนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข (สธ.) กล่าวชี้แจงการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ทั้ง 4 คน ที่ระบุว่าไม่มีความสามารถในการบริหาร สธ. และดำเนินนโยบายกัญชาเสรีที่ผิดพลาด ขอชี้แจงประเด็นการบริหารงาน สธ.ในสถานการณ์โควิด-19 เรื่องนี้ถูกจัดเป็นหัวข้ออภิปรายทุกครั้งที่มียื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งที่ผ่านมาพยายามหาข้อมูลมาชี้แจง ส่วนที่เป็นประโยชน์ก็นำไปทำประโยชน์ต่อประชาชน ไม่ได้ปิดกั้นความเห็น ปีนี้เป็นปีที่ 3 ผลปรากฏชัดว่าสถานการณ์ดีขึ้นเรื่อยๆ ระบบสุขภาพไม่ได้ล่มสลายเหมือนที่หลายคนอภิปราย ประเทศไทยมีเตรียมการรองรับการระบาดของโรค ก่อน
องค์การอนามัยโลกประกาศโรคเฝ้าระวังถึง 6 สัปดาห์ และตรวจพบคนติดเชื้อรายแรกนอกประเทศต้นกำ เนิดโรค เตรียมทุกองคาพยพเพื่อเตรียมพร้อมเฝ้าระวัง คัดกรอง รักษา มียารักษา คนเสียชีวิตส่วนใหญ่ขณะนั้นเป็นผู้มีโรคแทรกซ้อน แต่ทุกครั้งที่มีผู้เสียชีวิต นายกฯ ตนเองต่างเสียใจทั้งสิ้น เพราะไม่ได้อยากให้มีใครเสียชีวิต ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็น 1 ในไม่กี่ประเทศที่รักษาผู้ป่วยทุกรายทั้งในและนอกสถานพยาบาล ถึงตอนนี้ฉีดแล้วกว่า 140 ล้านโดส มากกว่า 70% ของประชากร และมากกว่า 90%ของประชากรกลุ่มเสี่ยง เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา พบว่าวัคซีนที่ฉีดให้คนไทยรักษาคนได้กว่า 4.9 แสนคน หมายความ
ว่าหากไม่ฉีดวัคซีนเหล่านี้ให้ประชาชนทั่วประเทศทันเวลา ไม่ล่าช้า จะมีคนเสียชีวิตจากโควิดนับแสนราย ดังนั้น ขอความกรุณาท่านต้องไม่ด้อยค่าวัคซีน วันนี้มีครอบคลุมตั้งแต่เด็กถึงวัยชรา นำหน้าหลายประเทศ ไม่มีวัคซีนเหลือ หรือรอวันหมดอายุหรือเอาไปเททิ้ง ประเทศไหนเททิ้ง ขอให้ นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย แจ้งมา จะไปขอรับบริจาคให้ประเทศไทยเพื่อนำไปฉีดกับบุคลากร ที่มีความเสี่ยง อื่นๆ
สวนข้อมูลเท็จ-เหี้ยมโหดมาก
“ข้อมูลที่ท่านเอามานำเสนอนั้นเป็นเท็จ ต้องขออนุญาตกราบเรียนจริงๆ ท่านไม่ได้กรอง แต่พวกผมหน้างานกรองแล้ว ก่อนจะมาพูดอะไรให้ท่านฟังต้องถามแล้วถามอีก ถามคนหนึ่งแล้วยังต้องไปถามคนอื่นอีก เพื่อเป็นการตรวจซ้ำการเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้สู่การรับรู้ของประชาชน โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพและชีวิต เช่น ดูถูกหลักการแพทย์ ด้อยค่าวัคซีน ด้อยค่าเวชภัณฑ์ ท่านโหดร้าย ท่านเหี้ยมโหดมาก และทุกอย่างท่านแลกหมด แลกแม้กระทั่งชีวิตประชาชนเพียงเพื่อตอบสนอง
เป้าหมายทางการเมือง มันไม่คุ้มค่า ท่านไม่ควรทำเพราะเราเป็นผู้แทนของพวกเขา วันนี้ขอพวกท่านเว้นเรื่องสาธารณสุขสักเรื่อง ประชาชนต้องเผชิญความยากลำบากมามากพอแล้ว ถ้าจะขับเคลื่อนทางการเมืองมีอีกหลายประเด็นที่ทำได้ ไปแข่งขันกันได้ในพื้นที่ของเรา ถ้าท่านมองว่านี่เป็นความบาดหมางทางการเมืองของท่านกับพวกผม อย่าเอาประชาชนทั้งประเทศมาเกี่ยวข้อง ” นายอนุทินกล่าว และว่า ยืนยันว่าการบริหารจัดการยาช่วงโควิด สธ.ดำเนินการตามระเบียบกฎหมายทุกประการยาที่ใช้ผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลกทุกตัว และที่ซื้อเป็นไปตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ
00ย้ำไร้ช่องโหว่กัญชาเสรี
นายอนุทินกล่าวชี้แจงถึงนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์ว่า เป็นนโยบายของรัฐบาลในวันที่แถลงนโยบายของรัฐบาลต่อสภานายกฯแถลงนโยบายนี้ว่าไม่ขัดหรือแย้งต่ออนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษของสหประชาชาติ นายกฯให้น ากัญชา และกัญชงเพื่อศึกษาวิจัย และใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ไม่มีคำว่านันทนาการแม้แต่นิดเดียว และ สธ.ก็ไม่ได้ทำนอกเหนือจากสิ่งที่นายกฯระบุ อย่างไรก็ตาม เมื่อออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขไปแล้ว ต้องเคารพกฎหมาย ใครจะทำต้องให้รัฐอนุญาต คนที่ยังใช้ผิดวัตถุประสงค์ ก็เสี่ยงผิดกฎหมาย จึงไม่มีช่องว่างช่องโหว่ ทั้งนี้ ยังมีกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่าง พ.ร.บ.กัญชากัญชง ที่มีสมาชิกจากหลายภาคส่วน จึงเป็นเรื่องดีที่จะได้มีกฎหมายออกมาบังคับใช้
สธ.ได้ศึกษาการใช้กัญชาทางการแพทย์เป็นอย่างดี จึงเข้ามาต่อยอดทำให้นโยบายกัญชง กัญชาเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและลดยานำเข้าจากต่างประเทศได้ ยืนยันว่านี่คือนโยบายของรัฐบาล ไม่มีการสนับสนุนเพื่อนันทนาการ การนำกัญชา กัญชงไปใช้ในทางที่ผิด จะไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ จึงไม่มีเรื่องที่ต้องกังวล
นายอนุทินกล่าวว่า มั่นใจว่าในร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง จะสามารถควบคุมการใช้ในเยาวชน และการใส่ในอาหารได้ ระหว่างนี้ที่กฎหมายยังไม่ประกาศใช้ ทาง สธ.ได้มีกลไกการควบคุมการใช้ โดยการออกประกาศกระทรวง ทั้งการควบคุมการใช้ การควบคุมกลิ่น และการควบคุมการปรุงอาหาร วันนี้ต้องไม่มองกัญชาว่าคือยาเสพติด แต่ให้มองว่าเป็นพืชที่มีประโยชน์ และสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างรายได้ให้ประชาชน รัฐบาลได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ได้บังคับใช้ประกาศกระทรวงอย่างเคร่งครัด
แฉศกัดิ์สยามใชน้อมินีถือหุ้น
ต่อมาเวลา16.40 น. นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บญั ชีรายชื่อ พรรคกา้วไกล (ก.ก.)อภิปรายไม่ไวว้างใจนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รฐัมนตรีวา่การกระทรวงคมนาคม ระบุว่า นายศกัดิ์สยามปกปิดทรัพย์สินของตัวเองในส่วนที่เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น โดยใช้ลูกจ้างเป็นนอมินี และจงใจปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายเพื่อให้ตนเองมีส่วนได้รับผลประโยชน์จากโครงการต่างๆ ของรัฐ โดย หจก.บุรีเจริญ ก่อตั้งในปี 2539 มีตระกูลชิดชอบ ถือหุ้น 80% และที่ตั้งสำนักงานคือบ้านของนายศักดิ์สยาม ในขณะนั้นเมื่อมีตำแหน่งทางการเมืองออกจากการเป็นผู้ถือหุ้น หจก.ทั้งหมดอละย้ายสำนักงานไปที่อื่น จนเมื่อปี 2561 ที่มีข่าวการเลือกตั้ง นายศักดิ์สยามโอนหุ้นทั้งหมดให้นอมินีในวันรุ่งขึ้นทันที่ และย้ายที่ตั้งสำนักงานบุรีเจริญออกจากบ้านของตัวเอง ก่อนรับตำแหน่งรัฐมนตรีเพียง 23 วัน นี่เป็นเพียงการเปลี่ยนชื่อคนถือหุ้นให้ลูกจ้างมาเป็นนอมินีหรือมีการซื้อขายหุ้นจริง เพราะไม่พบหลักฐานว่ามีการชำระเงินค่าหุ้นเลย หากมีการซื้อขายกันจริง ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายต่ำกว่า สูงกว่าราคาทุนที่ 120 ล้านบาท นายศักดิ์สยามหรือผู้ถือหุ้นคนใหม่ก็จำเป็นต้องยื่นมูลค่าหุ้นส่วนเกินเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีหรือหากซื้อขายเท่าราคาทุน นายศักดิ์สยามต้องระบุเงินที่ได้จากการขายหุ้นเป็นทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่ไม่ปรากฏเงินก้อนนี้ในบัญชี
ทรัพย์สินที่ยื่นป.ป.ช.ในปี 2562
ปูดใช้หจก.รับงานก.คมนาคม
นายปกร์วุฒิ กล่าวว่า นอกจากจะซุกหุ้นแล้ว นายศักดิ์สยามยังนำ หจก.บุรีเจริญมาเป็นคู่สัญญารับรัฐรับงานในกระทรวงคมนาคมที่ตัวเองเป็นรัฐมนตรี เป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท หลายงานก็มีความผิดปกติ คือ ราคาที่ชนะประมูลตำกว่าราคากลางเฉลี่ยไม่ถึง 0.3% และมีคู่เทียบเพียงรายเดียว เป็นบริษัทที่บริจาคเงินให้พรรค ภท. 5 ล้านบาทในปี 2562 แบบนี้เอาไปให้ใครดูเขาก็ว่าฮั้ว ชัดขนาดนี้ เอาธุรกิจตัวเองเข้ามารับงานกระทรวงที่ตัวเองเป็นรัฐมนตรีก็ว่าผิดแล้ว ยังมีพฤติกรรมที่เป็นการฮั้วประมูลอย่างชัดเจน ขอตั้งข้อสังเกตว่านอมินีคนนี้แจ้งข้อมูลรายได้น้อยมากจนน่าสงสัย ทั้งที่สามารถซื้อต่อที่ดินในพื้นที่พิพาท
เขากระโดงต่อจากบิดาของนายศกัดิ์สยาม และซื้อหุ้นหจก.บุรีเจริญทั้งหมดมาจากนายศกัดิ์สยามได้ จากข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คนนี้เป็นผู้ถือหุ้นและกรรมการในธุรกิจ 4 แห่ง แต่มีสถานะทิ้งร้างไป 3 แห่ง ข้อมูลจากประกันสังคมและกรมสรรพากรในช่วงปี 2558-2563 ยังพบว่าแสดงรายได้เพียงปีละประมาณ 100,000 บาท เป็นเงินเดือนที่ได้รับจาก บริษัทศิลาชัย บุรีรมั ย์(1991) ธุรกจิครอบครวัของตระกลูชดิชอบ มาตงั้แต่ปี 2558 ไล่เลี่ยกับช่วงที่นายศักดิ์สยามเป็นกรรมการ บริษัท ศิลาชัย นอกจากนี้ งบดุลของบริษัทศิลาชัยในปี 2561-2562 ยังระบุว่า ลูกจ้างคนนี้กลายมาเป็นเจ้าหนี้เงินกู้ระยะยาว 221.5 ล้านบาทของบริษัท ในขณะที่บริษัทศิลาชัยจะขาดทุนและติดหนี้ก้อนโตกับคนนี้ ในปี 2562 บริษัทศิลาชัยยังบริจาคให้พรรค ภท.ไป 4.7 ล้าน ก็บริจาคให้พรรคไปอีก 2.77 ล้านบาท พร้อมกับให้ หจก.บุรีเจริญ ที่ตัวเองเป็นเจ้าของ บริจาคให้พรรคไป 4.8 ล้านบาท และในปี 2563-2564 ยังให้บริษัทศิลาชัย กู้เพิ่มอีก 100 กว่าล้านบาท โดยทั้งหมดเป็นการกู้เงินไม่มีสัญญาไม่คิดดอกเบี้ยใดๆ
ทวี อัดเขากระโดง-เอื้อพวก
ต่อมา พ.ต.อ.ทวีสอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคประชาชาติอภิปรายไม่ไวว้างใจ นายศกัดิ์สยาม ชิดชอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะเลขาธิการพรรค ภท.ว่า นายศักดิ์สยาม ไม่มีคุณสมบัติในการเป็นรัฐมนตรีหลายประเด็น อาทิ การขัดกันแห่งผลประโยชน์ เอาห้างหุ้นส่วนเข้าทำสัญญากับรัฐ มีความประพฤติ และไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ไร้คุณธรรมจริยธรรม ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ก้าวก่ายแทรกแซง เอื้อพวกพ้องและพรรคการเมือง แสวงหาผลประโยชน์จากหน่วยงานที่ตัวเองก ากับดูแล ใช้อ านาจเพื่อให้ตัวเองและพวกพ้อง และมีส่วนได้รับประโยชน์จากโครงการต่างๆ ของรัฐ เป็นการเกี่ยวโยงกับเรื่องการถือครองที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ และการถือหุ้น หจก.เจริญบุรี และหจก.ศิลาชัย
ก.ก.ซัดMR-Mapถลุง5.7ล้านล.
จากนั้นนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ก.ก.อภิปรายถึงโครงการ MR-Map หรือแผนแม่บทยุทธศาสตร์การคมนาคมใหม่ทั้งประเทศ มีทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูงและมอเตอร์เวย์ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรฐัมนตรีว่า การกระทรวงกลาโหม คิด นายศักดิ์สยาม ชิดชอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทำนั้นเป็นสิ่งดีแต่ปัญหาหลักคือความซ้ำซ้อน ไม่เลือกรูปแบบให้เหมาะสมกับเส้นทาง เกินจำเป็นและไม่คุ้มค่า และมีการใช้งบประมาณสูงถึง 5.7 ล้านล้านบาท ควรนำงบประมาณสร้างเมืองหรือสร้างระบบศรษฐกิจในเมืองแทน เช่น ผังเมือง ระบบขนส่งสาธารณะ ไฟฟ้า ประปา เป็น
ต้น ไม่ใช่สร้างเส้นเลือดใหญ่เว่อร์ระหว่างเมือง แล้วปล่อยให้เมืองโตตามยถากรรม แล้วผลาญงบประมาณไปกับโครงการที่ซ้ำซ้อน ปัญหาคือกรุงเทพฯ จะใหญ่มาก แล้วหากทำโครงการนี้ไม่ได้จริง ประชาชนที่โดนเวนคืนที่ดินไปแล้วก็ซวยไป ส่วนประชาชนที่อยู่ไกลก็ได้แต่ฝันรอ
“งบประมาณที่สูงถึง 5.7 ล้านล้านบาท จะกลายเป็นการเพิ่มหนี้ให้ลูกเล็กเด็กแดง 8 หมื่นกว่าบาทต่อคน เท่ากับงบลงทุนของทุกกระทรวง ทุกจังหวัดรวม 12 ปีเท่ากับงบลงทุนของกระทรวงเกษตรฯ 74 ปี เท่ากับงบกระทรวงศึกษาธิการ 351 ปี และมีความพยายามสลับงบไปบ้านตัวเองก่อน เป็นการลงทุนแบบไม่
คุ้มค่าและยังคอร์รัปชั่นด้วย ที่ พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าขอเวลาอีก 2 ปีท า 3 ภารกิจผมไม่ให้ และผมไม่สามารถไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ และนายศักดิ์สยาม” นายสุรเชษฐ์กล่าว
ผู้กองฮึ่มคว่ำบิ๊กป๊อก-สันติ
นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะหัวหน้าพรรคไทยรักธรรม (ท.ธ.) กล่าวกรณีที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่าส.ส.พะเยา พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท.) ได้มาหารือกับนายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม 16 บริเวณหลังห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงแนวทางการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ และมีข้อสรุปร่วมกันว่า จะจัดหนัก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพปชร.และมีแนวโน้มจะโหวตคว่ำทั้ง 2 คน แต่ขอฟังการอภิปรายก่อน ส่วนจะมีใครเพิ่มเติมหรือไม่นั้น จะมีการแถลงจากพรรคเล็กรายวัน เรื่องดังกล่าวได้พูดคุยกับสมาชิกกลุ่ม 16 และคุยกันว่าจะโหวตอย่างไรก็ว่าตามกัน
ป๊อก ปิดห้องเคลียร์ส.ส.พปชร.
รายงานข่าวจากพรรค พปชร.แจ้งว่า กรณีที่มีกระแสข่าวสะพัดว่าในส่วนของรัฐมนตรีที่น่าเป็นห่วงคะแนนโหวตคือ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) และมีรายงานว่า ส.ส.พรรค พปชร.ไม่พอใจการทำหน้าที่ของ พล.อ.อนุพงษ์ โดยเฉพาะการสนับสนุนการทำงานของ ส.ส.จนเสนอ พล.อ.ประวิตร ให้มีการปรับ ครม. และให้ พล.อ.ประวิตร นั่งแทนนั้น ขณะนี้สถานการณ์ดีขึ้น ไม่น่าเป็นห่วงเนื่องจากเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 19 กรกฎาคม ที่รัฐสภา แกนนำพรรค พปชร.รายหนึ่งได้พา พล.อ.อนุพงษ์ ไปนั่งพูดคุย กับ ส.ส.พรรค พปชร. นานกว่า 1 ชั่วโมง เพื่อรับฟังปัญหาและเคลียร์ใจเชื่อมการทำงานกับ
ส.ส.มากขึ้น โดย ส.ส.หลายคนได้สะท้อนว่า ที่ผ่านมา มท. ไม่เคยสนับสนุนการทำงานของ ส.สในพรรคเลย ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ ชี้แจงว่าในเรื่องของโครงการต่างๆ มีข้อกฎหมายอยู่ ไม่สามารถทำให้ได้ทุกโครงการจำเป็นต้องทำในภาพรวม แต่ ส.ส.พยายามอธิบายกับ พล.อ.อนุพงษ์ว่า ส.ส.รู้ว่ากฎหมายห้ามทำโครงการพัฒนาที่มีบัญญัติในรัฐธรรมนูญ แต่ในเมื่อประชาชนเรียกร้องมาหา ส.ส.แล้วกลับสนองไม่ได้ พล.อ.อนุพงษ์ จึงขอให้ ส.ส.ช่วยอธิบายทำโครงการอย่างไรให้ถูกกฎหมาย และประชาชนได้ประโยชน์ ขณะที่บาง ช่วง พล.อ.อนุพงษ์ ได้ย้ำกับ ส.ส.ถึงความสัมพันธ์ของ 3 ป.ว่ายังเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม
ถือเป็นครั้งแรกที่ พล.อ.อนุพงษ์ นั่งรับฟังเสียง ส.ส.พรรค พปชร.อย่างใกล้ชิด
อัดเฮ้งปมแรงงาน-ซื้อหุ้นบ.เมีย
ต่อมานายนิคม บุญวิเศษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังปวงชนไทย อภิปรายนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานว่า นายสุชาติขาดความรู้ความสามารถ ในการบริหารจัดการแรงงาน ปล่อยให้แรงงานลักลอบเข้าเมือง ในช่วงโควิด-19 ระบาดเรื่องแรงงาน มีผลประโยชน์มากมาย แรงงานที่เข้ามาในประเทศไทยหลายแสนคน เท่าที่รู้ ไปสอบถาม มีการไปเก็บส่วย จ่ายให้นายหน้า ทั้งที่ ครม.ไม่มีมติให้แรงงานเข้ามา แต่ยังปล่อยให้มีการน าเข้ามา พอนำเข้ามาไปส่งให้บริษัทพรรคพวกของท่านอยู่
ใน จ.ชลบุรี นอกจากนี้ นายสุชาติ ยังอนุมัติเงินกองทุนประกันสังคมไปให้ บริษัทพวกพ้องที่ชื่อ สอภอ ในแวดวงรู้กันดีว่าคนนี้เป็นนักปั่นหุ้น ต่อมานายสอภอ นำเงินมาซื้อหุ้น บริษัทอรินสิริแลนด์ (ARIN) ที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อไปดูผลประกอบการบริษัทนี้ตั้งแต่ปี 62-64 จนถึงไตรมาส 1 ของปี 2565 ผลประกอบการติดลบมาโดยตลอด ที่น่าประหลาดใจเดือนธันวาคม 64 ราคาหุ้นเริ่มพุ่งขึ้น ทั้งที่ผลประกอบการขาดทุน ต่อมา 31 มีนาคม 2565 บริษัทยังมีผลประกอบการขาดทุน แต่หุ้นพุ่งขึ้นมาถึง 138 เปอร์เซ็นต์ นายสุชาติจะบอกว่า ไม่เกี่ยวข้องไม่ได้ เพราะหนึ่งในกรรมการบริษัท มี น.ส.วิมลจิต อรินทมะพงษ์ภรรยานายสุชาติ ถือหุ้นอยู่ด้วย เพื่อดันหุ้น จากราคาไม่กี่สตางค์ ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมา ราคาหุ้นอยู่ที่ 6.70
บาท ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ผลประกอบการติดลบมาตลอด ขอเรียกร้องให้ ก.ล.ต. เข้ามาตรวจสอบ รัฐมนตรีกับพวกเข้าข่ายปั่นหุ้นหรือไม่ เรื่องนี้มีข้าราชการในกระทรวง เป็นคนส่งข้อมูลมาให้ จึงไม่ไว้วางใจนายสุชาติ
สุชาติโต้ไม่เอื้อบ.เมีย-พวกพ้อง
ต่อมา นายสุชาติ กล่าวชี้แจงทันทีว่า ตามที่มีการกล่าวหา เรื่องกองทุนประกันสังคม ยืนยันว่าไม่มีความเกี่ยวข้องการซื้อขายกัน การที่กองทุนประกันสังคมจะอนุมัติให้ใครล้วนผ่านการพิจารณาจากบอร์ด ที่มีตัวแทนจากหน่วยงานรัฐต่างๆ กองทุนประกันสังคม ต้องลงทุนหาเงิน เพื่อให้ผู้ประกันตน 6-7 หมื่นล้านบาท ไม่ใช่นักเล่นหุ้น เชื่อว่า คงไม่มีใครคิดท าอะไรผิดกฎหมาย ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ.2543 ตามมาตรา 4 ที่ให้รัฐมนตรีถือหุ้นได้ไม่เกิน 5 เปอร์เซ็นต์ ยอมรับว่า ก่อนมาเล่นการเมือง ได้ท าธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์จริง ไม่ได้ค้าแป้ง เมื่อได้เป็น
รัฐมนตรี ได้ชี้แจงทรัพย์สินตั้งแต่ 5 สิงหาคม 2563 ภายใน 8 วัน คือวันที่ 13 สิงหาคม ชี้แจงก่อนเวลา ส่วนหุ้นจะขึ้นหรือลง ไม่ทราบ การจะอนุมัติเป็นเรื่องของบอร์ดกองทุนประกันสังคม และที่กล่าวหามีการเอื้อบริษัทใหญ่ให้บริษัทแห่งหนึ่งในชลบุรี ได้ถามอธิบดีกรมจัดหางานว่า บริษัทดังกล่าว รับแรงงานต่างด้าวมา 182 คน ไม่มีการเก็บส่วย ไม่มีการเก็บหัวคิว และเรื่องการส่งแรงงานไปต่างประเทศ เป็นไปตามระเบียบ การส่งแรงงานไทยไปต่างประเทศ ที่แต่ละประเทศมีค่าใช้จ่าย รายละเอียดแตกต่างกัน
ศกัดิ์สยามรอโต้ บุรีเจริญ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่ส.ส.พรรค ก.ก.การอภิปรายกล่าวหานายศกัดิ์สยาม ชิดชอบ รฐัมนตรวี่าการกระทรวงคมนาคม มีการเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง โดยมีการให้นอมินีมาถือหุ้นแทนใน หจก.บุรีเจริญ เข้ามาเป็นคู่สัญญากับรัฐ รับงานในกระทรวงคมนาคม มีมูลค่ากว่า 1 พันล้านบาท ทั้งนี้นายศกัดิ์สยามให้สัมภาษณ์ทั้งที่ยังไม่ได้ตอบคำถามและชี้แจงการอภิปราย เพราะติดช่วงเวลาของข่าวในพระราชสำนักและจะขอชี้แจงในวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ เพื่อให้ประชาชนจะได้รับฟัง และยืนยันว่าในทุกข้อกล่าวหานั้นพร้อมชี้แจงได้ทั้งหมด แต่มีบางเรื่องได้ไปพาดพิงบุคคลภายนอก
ผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงการอภิปรายบุคคลตระกูลชิดชอบว่าเอื้อประโยชน์ในกระทรวงคมนาคม นายศักดิ์สยามหัวเราะในลำคอ พร้อมกล่าวว่า ไม่ว่าอะไรหรอก ชี้แจงได้หมดถ้าเป็นเรื่องเดิมๆ อะไรที่เข้าสู่กระบวนการของศาลไปแล้วต้องเคารพขอให้รอฟังการชี้แจงวันที่ 20 กรกฎาคมสะพัดรีดคนละ2ล.-มท.1บ๊วย
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของกลุ่ม 16 ว่า มีรายงานว่า ขณะนี้ยังมีการพูดคุยต่อรองเจรจากับรัฐมนตรีที่มีรายชื่อถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีการเรียกรับเงินจำนวน 1-2 ล้านบาท เพื่อแลกกับการยกมือโหวตให้รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยรัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ก็ถูกเรียกเงินเช่นกัน แต่พรรค ภท.ไม่จ่ายเงินให้ เพราะมั่นใจว่ารัฐมนตรีของพรรคไม่ได้ทำอะไรผิด อีกทั้งยังมั่นใจในเสียงของพรรคตัวเองและเสียงงูเห่าจากพรรคฝ่ายค้าน
รายงานข่าวแจ้งว่า ล่าสุดกลุ่ม 16 มีการหารือกันว่าอาจจะมีการลงมติไม่ไว้วางใจนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพิ่มอีก 1 คน จากครั้งแรกมีรัฐมนตรีที่จะถูกโหวตคว่ำจำนวน 5 คน นอกจากนี้ยังมี
รายงานว่าการลงมติให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายสุชาติ ชมกลิ่นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จะผ่านการไว้วางใจแน่นอน เพราะนายสุชาติได้เคลียร์กับกลุ่ม 16 ในส่วนของนายกฯและตัวนายสุชาติแล้ว รวมไปถึงนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เคลียร์ตัวเองแล้วเช่นกัน ยกเว้นในส่วนของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง มีการคาดการณ์กันว่ารัฐมนตรีที่จะได้รับคะแนนน้อยที่สุด หรือบ๊วย คือ พล.อ.อนุพงษ์

