วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม 2026
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ติดต่อเรา
  • แผนผังเว็บไซท์
  • Login
น่าน
  • น่าน
  • ข่าว
  • กิจกรรม
  • หางาน
  • ธุรกิจ
  • ร้านค้า
  • วิถีชีวิต
    • คนสำคัญ
  • สถานที่ท่องเที่ยว
  • สถานศึกษา
  • ผู้สนับสนุนเว็บ
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
  • น่าน
  • ข่าว
  • กิจกรรม
  • หางาน
  • ธุรกิจ
  • ร้านค้า
  • วิถีชีวิต
    • คนสำคัญ
  • สถานที่ท่องเที่ยว
  • สถานศึกษา
  • ผู้สนับสนุนเว็บ
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
น่าน
No Result
View All Result
Home ข่าว

คอลัมน์การเมือง – ขอทานจัดงานเลี้ยงวันเกิด ถูกคว่ำกะลาตั้งแต่อ้าปาก

น่าน by น่าน
4 ปี ago
in ข่าว
Reading Time: 1min read
158
0
100
SHARES
199
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterSent to LINE friend

การอภิปรายงบประมาณ 3.18 ล้านล้านบาท ของปี 2566 ที่ฝ่ายค้านประกาศไม่รับหลักการ ตั้งแต่นาทีแรกที่เปิดอภิปรายในสภา โดยอ้างว่ารัฐบาลหมดสภาพในการบริหาร ที่จัดทำงบประมาณซึ่งพรรคฝ่ายให้สมญานามว่า “งบประมาณช้างป่วย” และ “งบประมาณขอทานจัดงานเลี้ยงวันเกิด”

ประเมินจากการอภิปรายของผู้นำฝ่ายค้าน ที่วาดฝันว่า ถ้าคว่ำงบประมาณ “ขอทานจัดงานเลี้ยงวันเกิด”ได้ไล่รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกไป พรรคเพื่อไทยก็จะได้ขึ้นเป็นรัฐบาล แล้วจัดงบประมาณแห่งความหวังให้ประชาชนได้


“เมื่อพลเอกประยุทธ์ออกไป ก็จะจัดทำงบประมาณใหม่งบประมาณเพื่อไทย…รัฐบาลชุดต่อไปจัดงบประมาณฉบับรัฐบาลเพื่อไทย”นายชลน่าน ศรีแก้ว ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อภิปรายในสภา โดยนายชลน่านแสดงความมั่นใจว่า คว่ำรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ได้เพราะประชาชนกำลังเสื่อมศรัทธา การเลือกตั้งใน กทม. ที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่า ประชาชนเสื่อมศรัทธาต่อรัฐบาลที่หมดสภาพ ขาดความรู้ความสามารถ..

“รัฐบาลจัดงบประมาณส่อไปในทางทุจริต จัดงบประมาณเหมือนซื้อเสียงล่วงหน้าให้กับพรรคพวก ที่จังหวัดน่าน บ้านผมจัดงบประมาณสร้างสะพานเชื่อมจังหวัดน่าน-อุตรดิตถ์ ชาวบ้านหันหน้ามาหาผม แล้วพูดว่าสมัยหน้าชลน่านสอบตกแน่..”

ตลอดเวลาของการอภิปรายผู้นำฝ่ายค้านใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการด้อยค่ารัฐบาลโจมตีพลเอกประยุทธ์ว่า อ่านหนังสือทิพย์(ระหว่างการเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ พลเอกประยุทธ์ นั่งอ่านเอกสารในเครื่องบินมีคนถ่ายรูปนายกฯอ่านเอกสาร แต่ถ่ายติดแผ่นหลังซึ่งดูเหมือนกระดาษเปล่าฝ่ายต่อต้านรัฐบาลและสื่อกระแสหลักเอาภาพนั้นมาล้อเลียนโจมตีนายกรัฐมนตรีว่านายกฯสร้างภาพอ่านเอกสารที่แท้แล้ว คือ อ่านกระดาษเปล่า=ผู้เขียน)

ตลอดเวลาของการอภิปรายผู้นำฝ่ายค้าน เอาเฟคนิวส์ มาขยายความ แม้แต่นายชัชชาติชนะเลือกตั้ง ผู้นำฝ่ายค้านก็เอามาอภิปรายในสภาว่า ประชาชนเบื่อรัฐบาล และ ตอนหนึ่งของการอภิปรายนายชลน่าน ชื่นชมอดีตนายกรัฐมนตรีที่หนีคุกหนีคดีไปอยู่ต่างประเทศว่า

“อดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งตอนนี้อยู่แดนไกลจัดงบประมาณลงไปจังหวัด ซึ่งตอบโจทย์ประชาชนได้ประโยชน์ แต่รัฐบาลนี้นำนโยบายงบประมาณจังหวัดไปปูยี่ปูยำ”

นายชลน่านย้ำสามครั้งถึงงบประมาณแห่งความหวังรัฐบาลชุดต่อไปของพรรคเพื่อไทย ราวกับจะบอก สส.ทั้งสภาว่า หากคว่ำกฎหมายงบประมาณได้ เพื่อไทยจัดรัฐบาลใหม่ขึ้นมาแทนแน่นอน

มีตอนหนึ่งผู้นำฝ่ายค้านแสดงความรอบรู้ถึงสถานการณ์โลกว่า“เกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้โลกขาดแคลนอาหาร แทนที่รัฐบาลจะทำวิกฤตให้เป็นโอกาสในฐานะที่เป็นประเทศส่งออกข้าว รัฐบาลอยู่เฉยไม่ทำอะไรเลย

เมื่อถูกผู้นำฝ่ายค้านกล่าวหาว่าจัดงบประมาณลงพื้นที่ช่วยพรรคพวกหาเสียงล่วงหน้าและจัดทำงบประมาณส่อทางทุจริต

พลเอกประยุทธ์ จึงตอบโต้ว่า“ขอใช้สิทธิพาดพิงว่างบประมาณกว่าจะออกมาได้ต้องให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ไม่ใช่จะให้ใครก็ให้ ไม่เหมือนสมัยก่อนบางคน ที่ท่านพูดมาผมก็พูดไป ได้มีการประกาศไว้ว่าถ้าไม่เลือกก็ไม่ให้ (นายทักษิณเคยพูดว่าจังหวัดไหนเลือกพรรคเรา ให้ช่วยจังหวัดนั้นก่อน=ผู้เขียน)

ด้าน นายวีระกร คำประกอบ สส.พรรคพลังประชารัฐตอบโต้ นายชลน่านที่พูดกันว่างบประมาณขอทานจัดงานเลี้ยงวันเกิดงบประมาณส่อทุจริต งบประมาณสิ้นหวัง เป็นเรื่องของคนตาบอดคลำช้าง

“จะสิ้นหวังได้อย่างไร สองปีที่ผ่านมาเราเจอกับปัญหาวิกฤตโควิดถือว่าร้ายแรงที่สุดในรอบห้าหกสิบปี รัฐบาลนี้แก้วิกฤตโควิดได้ดี จนได้รับชื่นชมจากองค์การอนามัยโลก WHO พรุ่งนี้ก็เปิดหน้ากากกันได้แล้ว” (รัฐบาลอนุญาตให้ไม่ต้องใส่หน้ากากตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2565)

นายวีระกรกล่าวด้วยว่าต้องขอบคุณกระทรวงเกษตรฯที่ทำให้ราคาพืชผลดี ข้าวเปลือกขึ้นราคาเพิ่มขึ้นจาก 6,000 บาทต่อตัน เป็น 7-8,000 บาท ข้าวโพดจาก 7 บาท เป็น 14 บาท มันสำปะหลัง ขึ้นราคาเป็นสองเท่า ประเทศเรามีโรงงานทำอาหารสัตว์ส่งออกปีละหลายแสนตัน ข้าวโพดมันสำปะหลังและปลายข้าวมาผสมกันเป็นอาหารสัตว์

ขอบคุณกระทรวงเกษตรฯและกระทรวงพาณิชย์ ที่ทำให้พืชผลทางเกษตรมีราคาสูง ในขณะที่โลกกำลังขาดแคลนอาหาร งบประมาณวิจัยข้าวปีนี้เพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้วถึงแปดเท่ากว่า จากที่แล้วมา 2,000 ล้านบาท เป็น 17,000 ล้านบาท

“เมืองไทยมีพันธุ์ข้าวหลายพันธุ์ โลกขาดแคลนอาหารแต่ประเทศยังส่งออกทั้งข้าวและอาหารสัตว์ได้…”

คอลัมน์นี้ ขอเสริมข้อมูลให้ “ผู้นำฝ่ายค้าน” เป็นความรู้ประกอบเผื่อได้เป็นรัฐบาลว่า กระแสข่าวเรื่องโลกกำลังขาดแคลนอาหาร เป็นเรื่องจริง แต่มันเป็นความทุกข์ยากของโลกตะวันตก เพราะฝรั่งเอาข้าวสาลี มาทำขนมปัง เป็นอาหารหลัก

ดังนั้นเมื่อเกิดสงคราม รัสเซีย-ยูเครนซึ่งทั้งสองประเทศเป็นผู้ส่งออกข้าวสาลีและข้าวโพด น้ำมันจากดอกทานตะวัน รายใหญ่ที่สุดในโลก

เมื่อ รัสเซีย กับ ยูเครน ส่งข้าวสาลี ข้าวโพด น้ำมันดอกทานตะวันส่งออกไม่ได้ หรือไม่ส่งออกไปให้คนที่จะอดตายคือ โลกตะวันตก

นางเอ็นโกซี โอคอนโจ-อิเวียลา ผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก (WTO) กล่าวในที่ประชุม World Economic Forum ในเมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่า “วิกฤตอาหารโลกร้ายแรงจริงๆ เราต้องร่วมมือกันหาข้อยุติให้ได้” เธอกล่าว

และเสริมว่า “ธัญพืช 25 ล้านตันติดอยู่ในคลังสินค้าของยูเครนและอีก 25 ล้านตัน รอการเก็บเกี่ยวเดือนหน้า”

ศูนย์ควบคุมการเดินเรือปลอดภัยของรัสเซีย แจ้งว่าเรือบรรทุกสินค้า 70 ลำ จาก 16 ชาติ ถูกกักอยู่ท่าเรือหกแห่งในทะเลดำและทะเลอาซอฟ รัสเซียรับปากจะส่งออกธัญพืชและปุ๋ยให้แต่มีข้อแม้ว่าตะวันตกต้องยกเลิกการคว่ำบาตรที่มีแรงจูงใจทางการเมือง

กลับมาเรื่องอภิปรายในสภา ต้องยอมรับว่า หัวหน้าพรรคก้าวไกล เจ้าของวลี “งบประมาณช้างป่วย” อภิปรายได้ดี แต่ข้อมูลที่เขานำมาอภิปรายนำมาใช้ในทางปฏิบัติได้ต่อเมื่อมีการปฏิวัติครั้งใหญ่ของคนรุ่นใหม่

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ และ หัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายว่า งบประมาณแบบรัฐราชการ เงินงบประมาณส่วนใหญ่จึงสิ้นเปลืองไปกับเงินเดือนข้าราชการ เงินบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการข้าราชการบำนาญ ประกอบกับภาวะเงินเฟ้อที่สูงทำให้ภาระเงินกู้สูงขึ้นด้วย

“ในส่วนของเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ ข้าราชการ วงเงินงบประมาณ 3 แสนกว่าล้านบาท คือรายจ่ายที่สูงเท่ากับ กระทรวงศึกษาฯทั้งกระทรวง

…คือปัญหาของช้างป่วย ที่ปรับตัวไม่ได้ โครงสร้างงบประมาณตั้งแต่ปี 2557 ถึง 2565 งบประมาณ 75% เป็นงบประจำทั้งสิ้นไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรในประเทศ….

นี่เป็นยาขมที่พวกเราทุกคนต้องกลืนเป็นโครงสร้างงบประมาณที่น่ากลัว”

“ทุกๆ 1 บาท ที่เก็บภาษีและกู้มา 40% กลายเป็นเงินเดือน สวัสดิการ กับบำนาญข้าราชการ ช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเงินที่ใช้ไปกับบำนาญมากขึ้น 2 เท่า โดยปี’57 บำนาญอยู่ที่ 1.4แสนล้านบาท ปี’64 อยู่ที่ 3 แสนล้านบาท ปี’66 อยู่ที่3.22 แสนล้านบาท ตอนนี้เรามีข้าราชการเกษียณ 8 แสนคน แต่ในปี 2580 จะมีข้าราชการเกษียณ 1.2 ล้านคน แค่บำนาญของบุคลากรก็เกินงบประมาณที่เราจะใช้ไปเยอะมาก กระบวนการรัฐราชการ รัฐอุ้ยอ้าย จึงเป็นช้างป่วยที่ปรับตัวไม่ได้ เราจะแก้ไขเรื่องนี้กันอย่างไร ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ประเทศจะพัฒนาได้อย่างไร”นายพิธา กล่าว

สิ่งที่นายพิธาพูดเป็นเรื่องจริงว่างบประมาณส่วนใหญ่หมดไปกับข้าราชการประจำและข้าราชการบำนาญตลอดถึงสวัสดิการของคนเหล่านั้นที่รัฐบาลต้องรับภาระไปจนพวกเขาตาย แต่ทำอย่างไรได้ในเมื่อทุกรัฐบาลต้องปฏิบัติตามกฎหมาย แก้ไขระบบนี้ได้ต้องปฏิวัติครั้งใหญ่

แม้แต่สมัยรัชกาลที่ 7 ที่ประเทศประสบปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจจากสงครามครั้งที่หนึ่ง ค่อยๆปรับลดเบี้ยหวัดบำนาญ ตลอดถึงปรับลด ปลดออกข้าราชการ ยังถูกคณะราษฎร ใช้เป็นข้ออ้างสำคัญของการปล้นพระราชทรัพย์และพระราชอำนาจ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475

จึงสรุปว่าการอภิปรายงบประมาณช้างป่วย และ งบประมาณขอทานจัดงานเลี้ยงวันเกิด ถูกคว่ำกะลาตั้งแต่สภาเริ่มอภิปราย จึงฟันธงล่วงหน้าว่ากฎหมายงบประมาณในวาระรับหลักการจะผ่านสภาฉลุย


สุทิน วรรณบวร

 

Tags: newsข่าวจังหวัดน่าน
Previous Post

ผ่านงบเจอซักฟอก ‘บิ๊กตู่’รับปรับลด-เพิ่มให้ 15มิ.ย.ยื่นญัตติถล่มซ้ำ

Next Post

คอลัมน์การเมือง – บุคคลแนวหน้า : 3 มิถุนายน 2565

น่าน

น่าน

แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง

Next Post
คอลัมน์การเมือง-–-บุคคลแนวหน้า-:-3-มิถุนายน-2565

คอลัมน์การเมือง - บุคคลแนวหน้า : 3 มิถุนายน 2565

บทความ แนะนำ

เปิดคลังภูมิปัญญาสล่า“พุทธศิลป์วัดแสงดาว”ศูนย์เรียนรู้เชิงช่างพื้นถิ่นภูเพียงสู่พื้นที่สร้างสรรค์น่าน

“หมอชลน่าน”ยันร่าง MOU พรรคก้าวไกล ไม่มีเงื่อนไข ม.112-“เพื่อไทย”ไม่เอานิรโทษกรรม

คนอุบลฯ โวยมีชื่อเลือกตั้งนอกเขตไกลจากอีสานโผล่ทั้งภาคเหนือและภาคใต้

‘น่านบันดาลใจ’จริง!อพท.นำเครือข่ายยกระดับหัตถกรรม-ศิลปะพื้นบ้านน่าน ปั้นเมืองสร้างสรรค์ชงยูเนสโกปีนี้

“น่าน” ผนึกเครือข่าย เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ “กำแพงเมืองเก่า-คูเมืองน่าน”ต่อเนื่อง เชื่อมประวัติศาสตร์กับวิถีคนน่าน บันดาลไอเดียหนุนเศรษฐกิจและท่องเที่ยวยั่งยืน

‘เพื่อไทย”จ่อเปิดเวทีใหญ่บางระกำซ้ำ 30 เมษาฯนี้ ‘สมศักดิ์’ลั่น พท.แลนด์สไลด์ สร้างงานทันควัน-เงินดิจิทัลแก้เศรษฐกิจฉับพลัน

“ธรรมนัส” ลั่น! 8 จว.ภาคเหนือ “พลังประชารัฐ” ได้เก้าอี้ ส.ส.ทุกจังหวัดแน่

“เศรษฐา” ควง “โอ๊ค” ลงพื้นที่แม่กลอง ขอพรหลวงบ้านแหลม พร้อมช่วยลูกพรรคหาเสียง

“ชัยเกษม”แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย วูบ ต้องนำส่ง รพ.ระหว่างหาเสียงเมืองน่าน เตรียมส่งรักษา กทม.พรุ่งนี้

สุดเศร้า! อดีต ส.อบต.ร่วมทีมอาสาดับไฟป่า เจอลมแรงหัวไฟเปลี่ยนทิศโดนคลอกดับ

เชียงใหม่เผชิญวิกฤตฝุ่นควันต่อเนื่อง-ค่ามลพิษอากาศพุ่งยึดแน่นอันดับ 1 เมืองหลักอากาศเลวร้ายที่สุดโลก

มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และมูลนิธิพุทธรักษา มอบวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือป้องกัน-ดับไฟป่า

หมวดบทความ

การก่อสร้าง การขนส่งทางรถไฟ รถไฟฟ้า การค้าวัสดุก่อสร้าง การติดตั้งไฟฟ้าสายหลัก การผลิต การบรรจุก๊าซ การผลิตน้ำแข็ง การผลิตเส้นไหม การผลิตและบรรจุยา การหล่อหลอม การกลึงโลหะ การหีบฝ้าย ปั่นนุ่น การเคลือบ ชุบ อาบขัดโลหะ การเลี้ยงสัตว์ กิจกรรม ข่าว ตรวจหวย ธุรกิจ น่าน บริษัท มูลนิธิ ร้านค้า ร้านอาหาร วิถีชีวิต สถานที่ท่องเที่ยว สถานศึกษา สพป.น่าน เขต 1 สพป.น่าน เขต 2 สพม.เขต 37 สมาคม หน่วยงานราชการ อบจ. อบต. เอสเอ็มอี โรงงาน โรงพยาบาล บริการสุขภาพ โรงเรียนกวดวิชา โรงเรียนศิลปะและกีฬา โรงเรียนสอนวิชาชีพ โรงเรียนสามัญ โอทอป

เกี่ยวกับเรา น่าน



เป็นศูนย์รวมในการนำเสนอข้อมูลเพื่อสนับสนุนธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในจังหวัด และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะและ ให้คำแนะนำเพื่อเป็นประโยชน์แก่สมาชิก อีกทั้งยังเผยแพร่ข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ต่าง ๆ อีกด้วย

Unable to open file!