FootNote:ผลสะเทือน ข้อเสนอ ยุบพรรค ต่อ “วุฒิภาวะ” ทาง “การเมือง”
เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด
หากเปรียบเทียบกับยุทธการ “ไล่หนู ตีงูเห่า” ซึ่งมาจากการขับเคลื่อนโดยครอบครัวเพื่อไทย บทสรุปถึง “วุฒิภาวะ” การอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าพรรคของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ก็ขนมพอสมน้ำยา
เนื่องจากการแถลงถึงกรณีจะมีการเสนอ “ยุบพรรค” ภูมิใจไทยของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว นั้นร้อนแรงและแหลมคม
เป็นความร้อนแรงและแหลมคม ซึ่งไม่เพียงแต่จะก่อให้เกิดอาการควันออกหูจากพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ว่าจะเป็น นายศุภชัย ใจสมุทร
หากแม้กระทั่ง นายจาตุรนต์ ฉายแสง ซึ่งเคยดำรงอยู่ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ในห้วงมีการพิจารณายุบพรรคไทยรักไทยในเดือนพฤษภาคม 2550 ก็แคลงคลางกังขา
ยิ่งท่าทีอันกรุ่นจาก “ภายใน” ของพรรคก้าวไกล ไม่ว่าจะระดับส.ส. ไม่ว่าจะระดับอดีตส.ส. ยิ่งเด่นชัดว่า มีความสงสัยต่อถ้อยแถลงของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ในกรณีเสนอยุบพรรคภูมิใจไทย
ในที่สุดเมื่อ นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ยืนยันว่ามิได้เป็นแนวของพรรคก้าวไกล แถลงอย่างเป็นทางการจาก นายรังสิมันต์ โรม ในฐานะโฆษกพรรค จึงได้เกิดขึ้น
ทำไมคำว่า “วุฒิภาวะ” จากพรรคภูมิใจไทยจึงแหลมคม
ความแหลมคมอยู่ตรงที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ออกมายอมรับในภายหลังว่า ที่แถลงออกไปและได้กลายเป็นข่าวอึกทึกครึกโครม ยังมิได้เป็น “มติ” นั่นก็คือยังเป็นเพียงความคิด
ที่สำคัญเป็นอย่างสูงก็คือ ยังมิได้เป็น “มติ” ในที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านอันมี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว เป็นหัวหน้า
คำถามที่ตามมาอย่างฉับพลันทันใดก็คือ เนื้อหาอันนำเสนอ และนำไปสู่การแถลงอย่างเป็นตุเป็นตะโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ประสานเข้ากับ นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ มีความเป็นมาอย่างไร
หากมองจากพื้นฐานที่พรรคเพื่อไทยประสบกับบทเรียนกรณีมีการยุบพรรคพลังประชาชน ยุบพรรคไทยรักไทย รวมถึงยุบพรรคไทยรักษาชาติ ย่อมเป็นเรื่องละเอียดอ่อน
เป็นความละเอียดอ่อนอันทำให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เน้นอย่างหนักแน่นไปยังวุฒิภาวะของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว จริงจัง
มองจากด้านของพรรคภูมิใจไทยในเมื่อยังมิได้เป็น “มติ” แต่มีการเปิดแถลงอย่างเป็นตุเป็นตะโดย “ผู้นำฝ่ายค้าน” และโดยหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ย่อมก่อให้เกิดความสงสัย
ยิ่งหากมองจากพื้นฐานของพรรคเพื่อไทยยิ่งละเอียดอ่อน
เป็นความละเอียดที่พรรคเพื่อไทยจำเป็นต้องทบทวน และนำเอาข้ออ่อนและความบกพร่อง ซึ่งเกิดขึ้นแล้วมาเป็นบทเรียนเพื่อมิให้ต้องเกิดขึ้นอีก
เนื่องจากเป็นเรื่องที่กระทบต่อ “วุฒิภาวะ” ของหัวหน้าพรรคได้

