
นิพนธ์ ชู ‘เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด’ ฝึกคนในกระทรวงเป็นพ่อค้า-ปั้นเจน Z เป็นซีอีโอ ยกฐานะเกษตรกร ก้าวข้ามยากจน
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่อาคารสำนักงานหนังสือพิมพ์ข่าวสด มีการจัดเสวนา ‘4 พรรค ประชันวิสัยทัศน์ 2565 ท้าเปลี่ยนประเทศไทย’ เนื่องในโอกาสการก้าวสู่ปีที่ 42 ของนิตยสาร ‘มติชนสุดสัปดาห์’ โดยมีวิทยากร ได้แก่ นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์, คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานกรรมการผู้ก่อตั้งพรรคไทยสร้างไทย, นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ดำเนินรายการโดย นางสาวจอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ สื่อมวลชนชื่อดัง
- หมอชลน่าน ‘ท้าเปลี่ยน’ พร้อมยกเครื่องใหม่-ล้างเผด็จการ เชื่อมอดีต-อนาคต
- ‘ศิริกัญญา’ ลั่น เปลี่ยนปท.ต้องละลายภูเขาน้ำแข็ง ก้าวข้ามทุกทฤษฎี ชี้รัฐเลี้ยงไข้ ไม่กล้าพูดความจริง
- หญิงหน่อยโฟกัสคนตัวเล็ก เปิดนโยบายแช่แข็งกม.ล้าหลัง 1,500 ฉบับ จ่อหนีบเก้าอี้ ‘ฟัง-เสียง’ ลุย 77 จว.
- หัวหน้า พท. แจงบทบาท ‘อุ๊งอิ๊ง’ ค้านปมครอบงำ ยันนโยบายจับต้องได้ ‘ไม่ขายอุดมการณ์’
เวลา 13.53 น. นายนิพนธ์กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า เราจะเปลี่ยนประเทศอย่างไร ในนามพรรคที่สร้างมาจะ 80 ปี ก่อตั้งเมื่อ 6 เมษายน พ.ศ.2489 เรามีประสบการณ์หลายครั้งหลายวิกฤต ไม่พูดย้อนไปไกล ตั้งแต่มาเป็น ส.ส.ปี 2535 / 1 เห็นประเทศผ่านวิกฤตครั้งสำคัญ 2 ครั้ง คือวิกฤตต้มยำกุ้ง ปี 2540 และรอบนี้คืออีกวิกฤตโควิด ใน พ.ศ.นี้ ซึ่งไม่ต้องพูดถึงผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศว่าติดลบอย่างไร ติดลบพอๆ กับปี 40
นายนิพนธ์กล่าวว่า ปี 40 กับ 64 บทเรียนที่ชัดเจน คือวิกฤตทุกครั้ง ภาคที่อุ้มไทยได้คือภาคเกษตรกรรม ปี 40 ตอนมีวิกฤตสถาบันการเงิน คนชนชั้นกลางตกงานจำนวนมาก แต่ภาคนี้โอบอุ้มไว้ได้ ด้วยการกลับคืนบ้าน บทเรียนปี 40 สอนว่าเวลาเจอวิกฤตเราพึ่งภาคเกษตร ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศไทย
“มาในปี 2654 เรามีวิกฤตโควิด-19 ชุมชนเมืองเดือดร้อนที่สุด เพราะคนกลุ่มนี้ต้องทำงานในภาคโรงงาน รับจ้างรายวัน หรืออยู่กับภาคการท่องเที่ยว ทำให้รอบให้รอบนี้ไทยต้องคิดหนักเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ที่เราพึ่งพามากเกินไป ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ประเทศอื่น พึ่งไม่เกิน 15 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนว่าเวลามีวิกฤตนักท่องเที่ยวเข้ามาไม่ได้ เราเดือดร้อนทันที ภาคธุรกิจ โรงแรมที่ต่อเนื่องจากการท่องเที่ยวเดือดร้อนกันหมด เหลือแต่ภาคเกษตรที่จะโอบอุ้มไว้ได้ ที่ทำให้การส่งออกของไทยดีอยู่ในปัจจุบันนี้ เป็นเครื่องกลเครื่องเดียวที่จะขับเคลื่อนประเทศได้ นั่นคือ ‘การส่งออกของประเทศไทย’ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จุดแข็งของเราคือการส่งอาหารไปขายยังต่างประเทศ

“แม้วันนี้มีวิกฤต ไทยไม่อดอยาก เพราะเรามีอาหารเอง ไม่ต้องพึ่งพาต่างชาติ แต่เราต้องทบทวนจุดแข็งของประเทศ แก้ความยากจนในพื้นที่อย่างแท้จริง ครัวเรือนในภาคเกษตร 13-14 ล้านครัวเรือน ประมาณ 30-40 ล้านคน แม้ยอดจีดีพีไม่สูง แต่คนกลุ่มนี้มีมาก เราจะทำอย่างไรให้ ‘พ้นกับดักรายได้ปานกลาง’ นี่คือจุดเปลี่ยนประเทศไทยอย่างแท้จริง เมื่อคนส่วนใหญ่ไม่มีรายได้ อย่างไรก็ก้าวไม่พ้น คือสิ่งที่ท้าทาย และต้องข้ามจุดนี้ไปให้ได้
“กลับมาดูจุดแข็งของตัวเอง คือภาคเกษตร ที่ประชาธิปัตย์ทำอยู่ คือการเกษตรและการตลาดไปด้วยกัน ‘เกษตรพาณิชย์ตลาด’ ถ้าเราคิดแก้ปัญหาเกษตร ต้องหาตลาดรองรับให้ได้ เราต้องเปลี่ยนทูตพาณิชย์ ให้เป็นเซลล์แมนทั้งหมด ฝึกคนในกระทรวงพาณิชย์ให้เป็นพ่อค้าให้ได้ แต่ต้องรู้จุดแข็งก่อน” นายนิพนธ์กล่าว
นายนิพนธ์กล่าวต่อว่า ใครจะไปคิดว่าทุเรียนจะส่งออกได้เป็นแสนล้าน พื้นที่ที่เหมาะคือภาคใต้ หรือหลายภาคที่มีเชิงภูเขาลาดชัน น้ำไม่ท่วมขัง เรายังส่งเสริมและสำรวจ ถ้าเราทำจุดแข็งของตัวเองให้ได้ เชื่อว่าวันนี้โลกกำลังเปลี่ยนไปเป็นพลังงานสะอาด ไม่ใช้น้ำมัน แบตเตอรี่ ซึ่ง ‘อาหาร’ คือ ‘พลังงงานคน’ ทำอย่างไรที่ไทยจะผลิต ‘พลังงานคนที่สะอาด’ ปลอดภัย คือความเขื่อมั่นว่าภาคเกษตรกรเราจะดีขึ้น
“คนรุ่นใหม่ที่เลิกคิด อยากเป็นราชการ แต่เราจะทำอย่างไรเพื่อ ‘ปั้นคนเจน Z ให้เป็นซีอีโอ’ ได้ ผลิตเอง ขายเอง ผ่านออนไลน์ ไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง คือทางยกฐานะเกษตรกรไทย ก้าวข้ามความยากจนไปได้
ปี 65 เราจะเดินไปข้างหน้าได้ ต้องไม่ลืมภูมิหลัง หรือจุดยืนของตัวเอง พัฒนาการเกษตร จะพ้นความยากจน ต้องไม่ทิ้งภาคเกษตรที่เป็นกระดูกสันหลังอย่างแท้จริง เราพูดมาตั้งนาน แต่เราทำไม่ได้ รอบนี้ประชาธิปัตย์จะทำให้ได้” นายนิพนธ์กล่าว
จากนั้น เวลา 14.03 น. เข้าสู่ช่วงถาม-ตอบ ผู้ดำเนินรายการถามว่า ‘รอบนี้ที่จะทำให้ได้’ คือ ณ ตอนไหน?

นายนิพนธ์เปิดเผยว่า เอาเป็นว่ารอบที่ประชาธิปัตย์เปลี่ยนผู้บริหารใหม่ ฉันทามติคนในพรรคให้จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้าพรรค
เมื่อถามต่อว่า ‘รอบนี้’ จบเดือนไหน?
นายนิพนธ์กล่าวว่า ไม่มีใครอยู่เกินมีนาคม 2566 เพราะคืออายุสภา แต่ในฐานะคนเป็นรัฐบาล พยายามบอกว่าตัวเองอยู่ให้นานที่สุด โดยธรรมชาติการเมืองย่อมพยายามอยู่ให้นานที่สุด แต่บางทีสิ่งที่อยากกับความเป็นจริงไม่เหมือนกัน
เมื่อรอบการร่วมรัฐบาลยังไม่จบ ถามว่าพรรคประชาธิปัตย์ติดอะไรอยู่?
นายนิพนธ์ระบุว่า นโยบายตอนเจรจาร่วมรัฐบาล ตนไปเจรจากับเลขาพรรคแกนนำรัฐบาลว่าอย่างน้อยนโยบายประกันรายได้ต้องรับเป็นของรัฐบาล อย่างน้อยสินค้า 5 ตัว ยางพารา ข้าว ข้าวโพด ปาล์ม มันสำปะหลัง อย่างน้อยต้องรับเข้าไป ซึ่งใช้งบไป 500,000 กว่าล้านบาท แต่เฉพาะปีนี้ เฉพาะข้าวอย่างเดียว 100,000 กว่าล้านบาท มีแต่ข้าวกับยางแผ่น ที่หนักหน่อย
เมื่อถามต่อว่า แสดงว่าประชาธิปัตย์จองกระทรวงที่แน่นอนไว้แล้ว?
นายนิพนธ์กล่าวว่า เราจองกระทรวงเกี่ยวกับคนมาเยอะ เช่น กระทรวงสาธารณสุข เรื่อง อสม. ประชาธิปัตย์ก็ทำทั้งนั้น แล้วมาต่อยอด แต่ปัจจุบันเราจะแก้ปัญหาเกษตรกร-คนจนเมืองอย่างไร
ปัญหาของประชาธิปัตย์มาจากคนอื่น พรรคอื่นใช่หรือไม่?
นายนิพนธ์เผยว่า อาจมองไม่ตรงกัน ต้องทำความเข้าใจ ช้าหน่อย ดีกว่าไม่ได้ทำเลย
สามารถรับชมได้ผ่านทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ Matichon Weekly มติชนสุดสัปดาห์, Matichon Online มติชนออนไลน์, ข่าวสด และประชาชาติธุรกิจ รวมถึงยูทูบ MatichonTV และ MatichonWeekly


