ฝ่ายค้าน เดินหน้ายื่นฟัน! “ศักดิ์สยาม” ผิดม.144 ใช้ตำแหน่งเอื้อผลประโยชน์นอมินี ขู่พยานหลักฐานพร้อม ด้าน “รมว.ทส.”เผยผลสอบวินัย “อธิบดีอุทยานฯ” รับเงินผลประโยชน์จนท.รู้ผล 4 ก.พ.นี้ ยันหากมีมูลความผิด ต้องออกจากราชการก่อน พร้อมเซ็นตั้ง “อรรถพล” นั่งรักษาการอธิบดีกรมอุทยานฯ
เมื่อวันที่ 25 ม.ค.66 นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความคืบหน้าตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หลังถูกกล่าวหาเรียกรับผลประโยชน์จากข้าราชการหน่วยงานในสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติฯ ว่า ในวันที่ 4 ก.พ.นี้ จะครบกำหนด 30 วัน ระยะเวลาการทำหน้าที่ของคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ซึ่งผลจะเป็นอย่างไร เชื่อว่าน่าจะได้มูลเหตุเบื้องต้นว่ามีความผิดหรือไม่ ส่วนขั้นตอนจากนั้นคือปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะต้องดำเนินการตามระเบียบ ซึ่งหากมีมูลความผิดทางปลัดกระทรวง คงต้องปฏิบัติตามระเบียบที่มีคือ ต้องมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน ซึ่งเป็นอำนาจโดยตรงของปลัดกระทรวงในการออกคำสั่งดังกล่าว สำหรับการสอบสวนก็จะดำเนินการต่อไป ซึ่งเมื่อสิ้นสุดแล้วหากผลออกมาตัดสินว่ามีความผิดจริงต้องขึ้นอยู่กับขั้นของโทษตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตามสำหรับระยะเวลาการสอบสวน คงต้องใช้เวลาซึ่งแล้วแต่คณะกรรมการสอบสวนที่ต้องสอบพยาน แต่ตนเองต้องการให้จบเร็ว
“สำหรับขวัญและกำลังใจของข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯนั้น ภายในเร็ววันนี้จะมีการแต่งตั้งอธิบดีคนใหม่เข้าไปให้ทำหน้าที่คลี่คลายปัญหา และสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯได้ดีมากขึ้น”
มีรายงานข่าวว่า นายวราวุธได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งและมีผลทันทีให้ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ไปรักษาการในตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและต่อเนื่องในการทำงาน
วันเดียวกัน ที่รัฐสภา ตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ,นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย, นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ,พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ,นายวิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ยื่นคำร้องถึง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ส่งคำร้องไปยังประธานศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีและสมาชิกภาพความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และส.ส.สิ้นสุดลง พร้อมทั้งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งผ่าน นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร
นพ.ชลน่าน กล่าวว่า การยื่นคำร้องดังกล่าว เนื่องจากนายศักดิ์สยามกระทำการละเมิดรัฐธรรมนูญมาตรา 144 ซึ่งว่าด้วยวิธีการพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี ทั้งนี้การทำคำร้องดังกล่าวสืบเนื่องมาจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ครั้งล่าสุดที่ผ่านมา ซึ่งมีข้อกล่าวหาเกี่ยวข้องหลายประการ ในการทำหน้าที่รัฐมนตรีของนายศักดิ์สยาม ส่วนหนึ่งเรามีการยื่นเรื่องกับคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปแล้วเช่น เรื่องที่ดินเขากระโดง โดยคำร้องครั้งนี้เรามีเอกสารหลักฐานประกอบทั้งหมด 14 เรื่อง
พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการยื่นครั้งนี้จะมีผล เพราะความชัดเจน ชัดแจ้ง ของพยานหลักฐานต่างๆ มีพร้อม นพ.ชลน่าน กล่าว
ด้าน นายปกรณ์วุฒิ กล่าวว่า ตนเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจนายศักดิ์สยามไปแล้ว ในประเด็นเรื่องของการปกปิดทรัพย์สินเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งปรากฏว่าเอกชนแห่งนี้ได้งานจากคมนาคม ในจ.บุรีรัมย์อยู่หลายงาน หากเอกชนแห่งนี้ ยังคงความเป็นเจ้าของของนายศักดิ์สยามอยู่ แน่นอนว่าการรับงานของกระทรวงคมนาคมก็เป็นการขัดกันของผลประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดที่เข้าไปเป็นรัฐมนตรีและป้อนงานให้เอกชนที่ตัวเองเป็นเจ้าของ ทั้งนี้ มีบางประเด็นที่น่าสงสัยว่าศาลรัฐธรรมนูญจะสามารถวินิจฉัยได้หรือไม่ หากย้อนกลับไปกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นเจ้าของหุ้นสื่อของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ซึ่งศาลฯวินิจฉัยว่ามีเหตุอันควรให้สงสัยว่านายธนาธรไม่ได้โอนหุ้นจริง ฉะนั้นเรื่องนี้ศาลมีอำนาจในการวินิจฉัยเรื่องนี้อย่างแน่นอน
