“หมอชลน่าน” ผิดหวัง “บิ๊กตู่” ลงพื้นที่น้ำท่วม แค่วัดพลังการเมือง อัด “วิษณุ-อุดม” ตีความแบบศรีธนญชัย ปม รัฐธรรมนูญ 60 กำหนดนายกฯ ดำรงตำแหน่งเกิน 8 ปีไม่ได้
นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กรณีที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และนายอุดม รัฐอมฤต อดีตคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ปี 60 ยืนยันว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่เข้าเงื่อนไขตามที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 158 วรรคสี่ ระบุว่า “นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปีมิได้ ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นการดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ แต่มิให้นับรวมระยะเวลาในระหว่างที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป หลังพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากการนับอายุดำรงตำแหน่ง เริ่มขึ้นเมื่อรัฐธรรมนูญ ปี 2560 มีผลบังคับใช้ ไม่นับตั้งแต่ก่อการรัฐประหาร
“การตีความของ นายวิษณุ และนายอุดม จึงเป็นการตีความกฎหมายแบบศรีธนญชัย เพื่อเอาใจผู้มีอำนาจมากกว่าที่จะพิจารณาถึงข้อกฎหมาย นอกจากนี้การพูดเช่นนี้เป็นการชี้นำศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายวิษณุ ทำตัวเป็นศาลรัฐธรรมนูญเสียเอง ดังนั้นในส่วนของพรรคฝ่ายค้านจะมีการยื่นตีความคุณสมบัติของพลเอกประยุทธ์อย่างแน่นอน ว่าขัดกันซึ่งผลประโยชน์หรือไม่ ส่วนกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลออกโจมตีฝ่ายค้านในกรณีดังกล่าว เป็นเพียงต้องการเกาะอำนาจเท่านั้น เพราะถ้าผลออกมาว่าประยุทธ์หลุดตำแหน่ง ก็จะหลุดตามไปด้วย” นายแพทย์ชลน่าน กล่าว
นายแพทย์ชลน่าน กล่าวด้วยว่า การลงพื้นที่ตรวจดูสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของพลเอกประยุทธ์นั้น เป็นการไปสร้างภาระให้กับหน่วยงานในพื้นที่มากกว่า ทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ข้าราชการทุกหน่วยงานนับร้อยคน ต้องทิ้งภารกิจทุกอย่างเพื่อมารอต้อนรับพลเอกประยุทธ์ลงตรวจพื้นที่ ทั้งๆ ที่ข้าราชการเหล่านี้ควรออกไปช่วยชาวบ้านมากกว่า นอกจากนี้ประชาชนที่ไปรอต้องรับต้องผ่านการคัดกรองและจัดฉากให้พูดเยินยอพลเอกประยุทธ์อย่างเดียวเท่านั้น ไม่สามารถสะท้อนปัญหาของพื้นที่ได้แต่อย่างใด
“นอกจากนี้การลงพื้นที่ของพลเอกประยุทธ์ เป้าหมายไม่ได้ลงไปพบปะพี่น้องประชาชน แต่เป็นการวัดพลังในพรรคพลังประชารัฐมากกว่า ดังนั้นจึงเห็นการระดม ส.ส.ของพรรคไปรอรับพลเอกประยุทธ์เพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น สะท้อนถึงความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาล ดังนั้นผลที่ออกมาจึงไม่ได้เป็นการไปให้กำลังใจประชาชน แต่ไปเพื่อสร้างฐานอำนาจในพรรคมากกว่า” นายแพทย์ชลน่าน กล่าว.

