วันเสาร์ที่ 3 มกราคม 2026
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ติดต่อเรา
  • แผนผังเว็บไซท์
  • Login
น่าน
  • น่าน
  • ข่าว
  • กิจกรรม
  • หางาน
  • ธุรกิจ
  • ร้านค้า
  • วิถีชีวิต
    • คนสำคัญ
  • สถานที่ท่องเที่ยว
  • สถานศึกษา
  • ผู้สนับสนุนเว็บ
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
  • น่าน
  • ข่าว
  • กิจกรรม
  • หางาน
  • ธุรกิจ
  • ร้านค้า
  • วิถีชีวิต
    • คนสำคัญ
  • สถานที่ท่องเที่ยว
  • สถานศึกษา
  • ผู้สนับสนุนเว็บ
  • ติดต่อเรา
No Result
View All Result
น่าน
No Result
View All Result
Home ข่าว

คำถามพบบ่อย เดินทางข้ามจังหวัด ต้องกักตัวหรือไม่

น่าน by น่าน
5 ปี ago
in ข่าว
Reading Time: 2min read
158
0
100
SHARES
199
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterSent to LINE friend


เพราะนโยบายและมาตรการกระจัดกระจาย แต่ไม่มีข้อห้ามจริงแท้และชัดเจน โดยทางปฏิบัติแล้ว ประชาชนสามารถเดินทางเข้าออกข้ามจังหวัดได้ ด้าน นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ก็ยืนยันว่า ยังไม่มีการห้ามเดินทางเข้าออก แต่ให้อำนาจแต่ละจังหวัดกำหนดมาตรการเพื่อความปลอดภัยของคนในพื้นที่ได้เอง


และเนื่องจากมีทั้งนโยบายจาก ศบค. รัฐบาล ส่วนกลาง และมาตรการรายจังหวัด ทำให้เราๆ ท่านๆ ผู้ประสงค์เดินทางเกิดคำถามชวนสับสนว่า กับสถานการณ์รับมือโรคระบาดแบบแยกย้ายกันคิดชนิดตัวใครตัวมัน สรุปแล้วอะไรคือข้อมูลที่ถูกต้อง จึงเป็นความจำเป็นที่ต้องลองสำรวจตัวอย่างมาตรการบางจังหวัด ว่าสิ่งที่ควรปฏิบัติคืออะไรกันแน่

(หมายเหตุ: ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงรายวัน)


เชียงใหม่

แนวปฏิบัติ: มาจาก 5 จังหวัดเสี่ยง ต้องกักตัว 14 วัน

ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเฉพาะกิจจังหวัดเชียงใหม่ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ โดย นายวีระพันธ์ ดีอ่อน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ แถลงเมื่อวันที่ 8 เมษายนว่า สำหรับผู้ที่เดินทางมาจาก 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม และสมุทรปราการ ต้องลงทะเบียนในแอปพลิเคชัน CM Chana และต้องกักตัว (Home Quarantine) เป็นเวลา 14 วัน ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ขอความร่วมมืองดการเดินทางโดยไม่จำเป็น

อ้างอิง: https://www.facebook.com/Chiangmaidatacenter/posts/323649639280132


บุรีรัมย์

แนวปฏิบัติ: แบ่งสีพื้นที่เพื่อกักตัวและเฝ้าระวัง

จังหวัดบุรีรัมย์ ออกประกาศเมื่อวันที่ 6 เมษายนถึงส่วนราชการต่างๆ เพื่อเฝ้าระวังผู้เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดบุรีรัมย์ มีมติเห็นชอบการประกาศกำหนดเขตพื้นที่จังหวัดของผู้เดินทางเข้ามาแยกเป็นสี ดังนี้

  • สีแดง 5 จังหวัด: กรุงเทพฯ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และนครปฐม
  • สีส้ม 9 จังหวัด: สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ชุมพร ตาก ราชบุรี ชลบุรี สุพรรณบุรี นราธิวาส และกาญจนบุรี
  • สีเหลือง 10 จังหวัด: อยุธยา สระบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา เพชรบุรี ระนอง ระยอง สงขลา ยะลา และขอนแก่น
  • สีเขียว อีก 53 จังหวัด นอกเหนือจากรายชื่อข้างต้น


สำหรับผู้เดินทางมาจากพื้นที่สีแดง (ตามเกณฑ์บุรีรัมย์) กรุงเทพฯ ปทุมธานี สมุทรปราการ นครปฐม และนนทบุรี ต้องกักตัว 14 วัน หรือขอตรวจ rapid test ที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ หากผลการทดสอบเป็นลบ ไม่ต้องกักตัว

อ้างอิง: https://web.facebook.com/photo?fbid=4450655278284275&set=pcb.4450655531617583

เพชรบูรณ์

แนวปฏิบัติ: มาจากพื้นที่ 5 จังหวัด กักตัว 14 วัน และห้ามเดินทางเข้าออกจังหวัด

จังหวัดเพชรบูรณ์ ออกคำสั่งเมื่อวันที่ 7 เมษายนว่า ผู้เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุด 5 จังหวัด กรุงเทพฯ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และนครปฐม ให้ไปรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ทันทีที่เดินทางมาถึง และกักตัว 14 วัน

ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดพื้นที่สีส้ม ให้สังเกตอาการ หากผิดปกติให้รีบพบแพทย์ทันที

นอกจากนี้ ยังขอความร่วมมือประชาชน งดเดินทางเข้าออกจังหวัดเพชรบูรณ์ ระหว่างวันที่ 9-18 เมษายน 2564

อ้างอิง: http://phetchabun.go.th/pbn_covid/download/notice/23_07042564.pdf


สงขลา

แนวปฏิบัติ: มาจากพื้นที่ 5 จังหวัด กักตัว 14 วัน

คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสงขลา ออกคำสั่งเมื่อวันที่ 7 เมษายน ระบุว่า ผู้ที่เดินทางมาจาก 5 จังหวัด นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ กรุงเทพฯ (เฉพาะเขตวัฒนา เขตคลองเตย และเขตบางแค) ต้องกักตัว 14 วัน ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่

ส่วนพื้นที่เขตอื่นของกรุงเทพฯ นับรวมกับสมุทรสาคร สมุทรสงคราม กาญจนบุรี ชุมพร ตาก ราชบุรี ชลบุรี สุพรรณบุรี นราธิวาส ให้อยู่ในมาตรการดูแลตนเอง 14 วัน และให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ หากผู้เดินทางมาจากพื้นที่ข้างต้นมีเหตุจำเป็นต้องเดินทางก่อนระยะเวลา 14 วัน ให้มีหนังสือรับรองการตรวจโควิด-19 ซึ่งมีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง และให้เดินทางกลับโดยเร็ว

อ้างอิง: https://web.facebook.com/radiosongkhla1/


ชุมพร

แนวปฏิบัติ: สแกน QR Code พิจารณาการกักตัว

วันที่ 7 เมษายน จังหวัดชุมพรออกมาตรการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยกำหนดให้ชุมพรเป็นเขตพื้นที่เฝ้าระวังสูง ประชาชนที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดชุมพร ต้องกรอกข้อมูลประเมินความเสี่ยงแก่หน่วยรับบริการสาธารณสุข โดยการสแกน QR Code ‘Save Chumphon’ จากนั้นเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อจะดำเนินการสอบสวนโรคเพื่อพิจารณาความเสี่ยง หากเจ้าพนักงานวินิจฉัยแล้วเห็นว่าเข้าเกณฑ์มีความเสี่ยง จะออกคำสั่งให้บุคคลดังกล่าวกักตัว 14 วัน หากวินิจฉัยแล้วไม่เข้าเกณฑ์เป็นผู้ที่มีความเสี่ยง ต้องสังเกตอาการตนเองเป็นเวลา 14 วัน

อ้างอิง: https://web.facebook.com/PRDchumphon/


บึงกาฬ

แนวปฏิบัติ: มาจากพื้นที่ 5 จังหวัด กักตัว 10 วัน

จังหวัดบึงกาฬ ออกประกาศให้ประชาชนที่เดินทางมาจาก 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม กักตัวในบ้านพักไม่น้อยกว่า 10 วัน สำหรับประชาชนที่เดินทางโดยรถขนส่งสาธารณะประจำทาง ต้องเข้ารับการตรวจคัดกรอง ณ สถานีขนส่งในพื้นที่ปลายทางเพื่อให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขประเมินอาการและความเสี่ยงในการติดเชื้อ และสำหรับผู้ที่เดินทางจากพื้นที่ควบคุมสูงสุด 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม กักตัวในบ้านพักไม่น้อยกว่า 10 วัน

อ้างอิง: https://www.facebook.com/RADIOBUENGKAN104.25MHZ/posts/759894748049317

นครราชสีมา

แนวปฏิบัติ: มาจาก 5 จังหวัด ให้รายงานตัว ไม่ต้องกักตัว

คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา ประกาศเมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมาว่า ผู้ที่เดินทางมาจาก 5 จังหวัด กรุงเทพฯ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และนครปฐม ต้องรายงานตัวกับผู้นำชุมชน อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ภายใน 12 ชั่วโมง นับตั้งแต่เดินทางมาถึงจังหวัดนครราชสีมา จากนั้นผู้นำชุมชน หรือ อสม.ต้องรายงานข้อมูลต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อ ในวันเดียวกันหรือวันรุ่งขึ้น หากได้รับแจ้งในช่วงกลางคืน


หากคัดกรองแล้ว พบว่าบุคคลนั้นเกี่ยวข้องกับพื้นที่เสี่ยงในไทม์ไลน์ ให้กักตัว 14 วัน


อ้างอิง: https://covid-19.nakhonratchasima.go.th/files/com_announce/2021-04_2568a7c4841e907.pdf


ขอนแก่น

แนวปฏิบัติ: มาจาก 5 จังหวัด ให้รายงานตัว ไม่ต้องกักตัว

ข้อแนะนำการปฏิบัติตามมาตรการของจังหวัดขอนแก่น สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากจังหวัดในพื้นที่ 5 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และ นครปฐม รายงานตัวกับผู้นำชุมชน หรืออาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ปฏิบัติตามาตรการป้องกัน เว้นระยะห่าง ล้างมือ สวมหน้ากาก หลีกเลี่ยงการไปสถานที่ชุมชน


ส่วนการกักตัว เฟซบุ๊กสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น แจ้งไว้เมื่อวันที่ 8 เมษายนว่า “ให้กักตัวที่บ้านในช่วงเวลาที่อยู่ในจังหวัดขอนแก่น (ไม่ใช่กักตัว 14 วัน)” และ “ท่านสามารถเดินทางออกจากขอนแก่นได้ โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ครบ 14 วัน”


อ้างอิง: https://web.facebook.com/kkpho.go.th

ประจวบคีรีขันธ์

แนวปฏิบัติ: ไม่ได้มาจากคลัสเตอร์เสี่ยง ไม่ต้องกักตัว

เฟซบุ๊กสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้คำแนะนำเรื่องการเดินทางว่า หากไม่ได้อยู่ในพื้นที่การระบาดสูงสุดที่กำหนดโดยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ระบุเป็นรายชื่อคลัสเตอร์ต่างๆ หลายสิบแห่ง เช่น สถานบันเทิง ร้านอาหาร ตลาด ศูนย์การค้า ฯลฯ) ไม่ต้องกักตัว แต่ให้รักษามาตรการควบคุมโรคอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการใส่หน้ากาก และรักษาระยะห่าง


อ้างอิง: https://web.facebook.com/ssjpcko/


สุรินทร์

แนวปฏิบัติ: มาจาก 5 จังหวัด ให้รายงานตัว ไม่ต้องกักตัว

ก่อนหน้านี้ จังหวัดสุรินทร์ เคยมีมาตรการกักตัว 14 วันสำหรับผู้เดินทางมาจาก 5 จังหวัด กรุงเทพฯ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม รายงานตัวกับเจ้าพนักงานปกครองหรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันทีเมื่อเดินทางมาถึง และทำการกักตัว ณ ที่พักอาศัย 14 วัน


แต่ช่วงบ่ายของวันที่ 8 เมษายน เพจสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์ ได้ออกมาแก้ไขมาตรการใหม่ว่า “วันนี้ (8 เม.ย 64) ศบค. แถลงยังคงสถานการณ์ตามเดิม (ไม่มีพื้นที่สีแดง) โดยให้ปฏิบัติตามมาตรการที่จังหวัดกำหนดอย่างเคร่งครัด จังหวัดสุรินทร์ จึงยังไม่มีคำสั่งมาตรการกักตัว 14 วัน สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ระบาดของโควิด-19”


ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุม (พื้นที่สีส้ม) 9 จังหวัด ให้ไปรายงานตัวกับเจ้าพนักงานปกครอง หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทันทีที่เดินทางมาถึง


อ้างอิง: https://web.facebook.com/prsurin2

ร้อยเอ็ด

แนวปฏิบัติ: สังเกตตัวเอง ไม่ต้องกักตัว

จากประกาศของจังหวัดร้อยเอ็ด เรื่องมาตรการป้องกันควบคุมโรคฯ ลงวันที่ 31 มีนาคม 2564 ระบุ การเดินทางข้ามจังหวัดยังทำได้ สำหรับผู้ที่เดินทางพื้นที่ควบคุม 9 จังหวัด (พื้นที่สีส้ม) ให้สังเกตตัวเอง 14 วัน นอกเหนือจากนี้ หากสอบสวนโรคพบมีประวัติปัจจัยเสี่ยงสูง ให้กักตัว 14 วัน


อ้างอิง: https://www.roiet.go.th/upload/file/20210404131210File.pdf


ภูเก็ต

แนวปฏิบัติ: มาจาก 5 จังหวัด ให้รายงานตัว ไม่ต้องกักตัว

ข้อมูลจากที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 8 เมษายน ระบุว่า สำหรับผู้ที่เดินทางมาจาก 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม ไม่ต้องกักตัว แต่ให้ระมัดระวังตัว (Salf monitoring) และให้รายงานตัวที่ ศูนย์ปฏิบัติการตอบโต้สถานการณ์ระดับตำบล (EOC ตำบล)


อ้างอิง: https://www.facebook.com/patomphong.khamvisat/posts/188104229788140


เพิ่มเติมข้อมูลเมื่อ 21.00 น. วันที่ 8 เมษายน 2564

Tags: newsข่าวจังหวัดน่าน
Previous Post

สธ. เปิดรายชื่อ 29 จังหวัด คนเดินทางจากพื้นที่เสี่ยงกักตัว

Next Post

ชุมชนแม่จริม ใช้ โครงการหลวง ลดการเผาแก้ปัญหามลภาวะ จัน ลั่นทุ่ง

น่าน

น่าน

แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง

Next Post

ชุมชนแม่จริม ใช้ โครงการหลวง ลดการเผาแก้ปัญหามลภาวะ จัน ลั่นทุ่ง

บทความ แนะนำ

เปิดคลังภูมิปัญญาสล่า“พุทธศิลป์วัดแสงดาว”ศูนย์เรียนรู้เชิงช่างพื้นถิ่นภูเพียงสู่พื้นที่สร้างสรรค์น่าน

“หมอชลน่าน”ยันร่าง MOU พรรคก้าวไกล ไม่มีเงื่อนไข ม.112-“เพื่อไทย”ไม่เอานิรโทษกรรม

คนอุบลฯ โวยมีชื่อเลือกตั้งนอกเขตไกลจากอีสานโผล่ทั้งภาคเหนือและภาคใต้

‘น่านบันดาลใจ’จริง!อพท.นำเครือข่ายยกระดับหัตถกรรม-ศิลปะพื้นบ้านน่าน ปั้นเมืองสร้างสรรค์ชงยูเนสโกปีนี้

“น่าน” ผนึกเครือข่าย เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ “กำแพงเมืองเก่า-คูเมืองน่าน”ต่อเนื่อง เชื่อมประวัติศาสตร์กับวิถีคนน่าน บันดาลไอเดียหนุนเศรษฐกิจและท่องเที่ยวยั่งยืน

‘เพื่อไทย”จ่อเปิดเวทีใหญ่บางระกำซ้ำ 30 เมษาฯนี้ ‘สมศักดิ์’ลั่น พท.แลนด์สไลด์ สร้างงานทันควัน-เงินดิจิทัลแก้เศรษฐกิจฉับพลัน

“ธรรมนัส” ลั่น! 8 จว.ภาคเหนือ “พลังประชารัฐ” ได้เก้าอี้ ส.ส.ทุกจังหวัดแน่

“เศรษฐา” ควง “โอ๊ค” ลงพื้นที่แม่กลอง ขอพรหลวงบ้านแหลม พร้อมช่วยลูกพรรคหาเสียง

“ชัยเกษม”แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย วูบ ต้องนำส่ง รพ.ระหว่างหาเสียงเมืองน่าน เตรียมส่งรักษา กทม.พรุ่งนี้

สุดเศร้า! อดีต ส.อบต.ร่วมทีมอาสาดับไฟป่า เจอลมแรงหัวไฟเปลี่ยนทิศโดนคลอกดับ

เชียงใหม่เผชิญวิกฤตฝุ่นควันต่อเนื่อง-ค่ามลพิษอากาศพุ่งยึดแน่นอันดับ 1 เมืองหลักอากาศเลวร้ายที่สุดโลก

มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท และมูลนิธิพุทธรักษา มอบวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือป้องกัน-ดับไฟป่า

หมวดบทความ

การก่อสร้าง การขนส่งทางรถไฟ รถไฟฟ้า การค้าวัสดุก่อสร้าง การติดตั้งไฟฟ้าสายหลัก การผลิต การบรรจุก๊าซ การผลิตน้ำแข็ง การผลิตเส้นไหม การผลิตและบรรจุยา การหล่อหลอม การกลึงโลหะ การหีบฝ้าย ปั่นนุ่น การเคลือบ ชุบ อาบขัดโลหะ การเลี้ยงสัตว์ กิจกรรม ข่าว ตรวจหวย ธุรกิจ น่าน บริษัท มูลนิธิ ร้านค้า ร้านอาหาร วิถีชีวิต สถานที่ท่องเที่ยว สถานศึกษา สพป.น่าน เขต 1 สพป.น่าน เขต 2 สพม.เขต 37 สมาคม หน่วยงานราชการ อบจ. อบต. เอสเอ็มอี โรงงาน โรงพยาบาล บริการสุขภาพ โรงเรียนกวดวิชา โรงเรียนศิลปะและกีฬา โรงเรียนสอนวิชาชีพ โรงเรียนสามัญ โอทอป

เกี่ยวกับเรา น่าน



เป็นศูนย์รวมในการนำเสนอข้อมูลเพื่อสนับสนุนธุรกิจด้านการท่องเที่ยวในจังหวัด และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะและ ให้คำแนะนำเพื่อเป็นประโยชน์แก่สมาชิก อีกทั้งยังเผยแพร่ข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการศึกษา ค้นคว้า วิจัย ต่าง ๆ อีกด้วย

Unable to open file!